สืบเนื่องจากเรื่องทำแท้งและบุพเพสันนิวาส
                 สวัสดีครับ คุณอโณทัย	
	ผมบังเอิญได้เข้ามาอ่านคอลัมน์ของคุณอโณทัย   เกี่ยวกับเคยทำแท้งมาก่อน   จะแก้ไขยังไงดี    ได้ความรู้ดีครับ   แต่ผมข้องใจ
     อย่างหนึ่งว่า ถ้าผู้หญิงที่โดนข่มขืนมา โดนไม่ยินยอมพร้อมใจ แล้วเกิดท้องขึ้นมา แล้วเค้าทำแท้ง   หรือให้หมอทำแท้งให้   เค้าจะบาป
     มั้ยครับ แล้วเค้าควรจะแก้ไขยังไงดี เพราะเท่าที่อ่านมา รู้สึกว่า คนที่ท้องแล้วแท้ง ในคอลัมน์ของคุณ จะรู้สึกว่า โชคไม่ดี ตลอด แล้วคน
     ที่ถูกข่มขืน เค้าจะโชคไม่ดีตลอดหรือเปล่าครับ
	อีกปัญหานึงนะครับ  คุณเชื่อเรื่อง  บุพเพสันนิวาสหรือเปล่าครับ เพื่อนผมเค้าคบกับแฟนเค้ามาตั้งนาน เพียงแค่ฐานะต่างกัน
     เท่านั้น เค้าเลยเลิกกัน เพื่อนผมทำท่า จะเป็นจะตายให้ได้ ช่วยให้ความรู้หน่อยครับ แฟนเค้าบอกว่า เค้าไม่อยากให้เพื่อนผมมาเสียเวลา
     กับเค้า เพราะฐานะต่างกันมาก โดนเพื่อนผมฐานะค่อนข้างดี แต่แฟนเค้าจนมาก
	ขอแสดงความนับถือ
	สันติ        กังวานเกียรติชัย

	ตอบ
	คนละเรื่องครับ  (ความจริงดูเหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน)  ถูกข่มขืน   นั่นเรื่องหนึ่ง    ทำแท้งก็เรื่องหนึ่ง  เปรียบเทียบอย่างนี้
     นะครับ   ในกรณีคุณถูกดักตีหัว   แล้วคุณไปฆ่าเค้าตายนี่   เค้าไม่ยกโทษให้คุณหรอกครับ    กฎหมายไม่ได้บอกนี่ครับว่าเมื่อถูกทำร้ายมา
     ให้ทำร้ายตอบ  (แต่ป้องกันตัวได้  โดยไม่เกินกว่าเหตุ)
	คน ๆ  นั้นโดนข่มขืนแล้ว    ไม่มีสิทธิพิเศษหรอกครับ    ไม่มีสิทธิพิเศษในการฆ่าชีวิตอื่น   ก็เด็กน่ะ   เค้าไม่ได้ข่มขืนด้วยนี่ครับ
     แล้วทำไมเค้าต้องโดนลงโทษ  โดยการถูกฆ่าล่ะครับ บาปก็คือบาป  ไม่ว่าจะทำโดยสาเหตุอะไร?  แต่ความหนักเบาไม่เท่ากัน  ถ้าเจตนา
     ก็จะได้รับกรรมหนัก  ไม่เจตนาก็น้อยลงไป อย่างแท้งเพราะตกเลือด  เพราะหกล้ม  โดนกระแทก โดยที่แม่ไม่ตั้งใจ  อย่างนี้นิดเดียวครับ
	ที่โดนข่มขืนน่ะ  เพราะเป็นกรรมที่เคยทำไม่ดีไว้  แล้วจะต้องให้เค้าทำกรรมหนัก ๆ  เพิ่มอีกหรือครับ?
	ส่วนเรื่องบุพเพสันนิวาสมีจริงครับ  เป็นเหตุเป็นปัจจัยครับ   พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ครับ   มีเหตุต้องมีปัจจัย   หมายความว่าจะ
     เกิดอะไรขึ้นได้  ต้องมีที่มาที่ไปครับ  คนที่อยู่ห่างกัน   ถ้ามีเหตุที่เคยเจอกันมาแล้ว  หรือจะต้องเจอ  ยังไงก็ต้องเจอครับ
	แต่อย่าถามเรื่องเนื้อคู่นะครับ   ว่าคน  ๆ  นั้นคน  ๆ  นี้เป็นเนื้อคู่กันหรือเปล่า?   ถ้าหมอดูบอกว่าคนนั้นคนนี้เป็นเนื้อคู่กันหรือ
     คนนั้นไม่เป็นเนื้อคู่กัน   แล้วให้เลิกกับคนนั้น   เพราะคนนั้นไม่เป็นเนื้อคู่   ไม่เหมือนคนนี้  (อ่านแล้วงงมั้ยครับ  ถ้างง  อ่านช้า ๆ  อีกที)
   ความเป็นจริงนั้น   คนเราเกิดกันมานาน   หลายครั้งหลายคน   เพราะฉะนั้น   เนื้อคู่อาจจะมีหลายคน   เพราะเนื้อคู่แต่ละชาติ   อาจมาเจอ
     กันได้เพราะคนเราเกิดไม่ทันกันครับ  บางที  นาย ก.กับ นาง ข.  รักกันชาติที่ 1  พอตายไป  ชาติที่ 2 นาย ก.เกิดก่อน  นาง ข.ยังไม่เกิด
     นาย ก.ก็ไปได้กับ นาง ฮ. พอชาติที่ 3  นาย ก.เกิดอีก  นางข. ตามมาเกิดด้วย  เอ้า….ทีนี้ นาง ฮ. ก็มาเกิดด้วย
	ถามคุณว่า ทั้ง นาง ข . นาง ฮ. ต่างก็เคยเป็นเนื้อคู่ของนาย ก.ทั้ง นั้น  แต่ต่างกรรมต่างวาระกัน   แล้วอย่างนี้ใครจะไปตัดสินใจ
     แทนนาย ก.ได้ล่ะครับ  เพราะเป็นเนื้อคู่ทั้ง 2 คน
	นั่นแหละครับ  กำลังจะบอกว่า  ไม่ต้องไปสนใจหรอกครับว่าใครจะเป็นเนื้อคู่ใคร  เพราะอดีตก็คืออดีต  มันผ่านไปแล้ว  อย่าไป
     สนใจ     สนใจแต่ในชาติที่เป็นปัจจุบันนี่แหละครับ     ต้องมีเหตุผลในการเลือกคู่ครอง    เหตุผล    ความเข้าใจ    ความรัก    ความมั่นคง
     และความเสมอต้นเสมอปลาย  เป็นสิ่งที่มีเหตุผลในการเลือกคู่  มากกว่าคำว่า "เนื้อคู่"  หรือ "บุพเพสันนิวาส"  อีกครับ
	ไม่อยากมีกรรมผูกพันไปนาน  ๆ   ข้ามกาลเวลาล่ะก้อ  ต้องรู้จัก "ตัด"  ครับ  ไม่งั้นได้ผูกพันยาวแน่
				 					        อโณทัย    เขตต์บรรพต

ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ "  ราคาเล่มละ 180 บาท  คลิกดูรายละเอียดที่นี่

	อุทิศส่วนกุศลแล้วกลัวหายหมด  เพราะอุทิศไปให้วิญญาณ
                 คุณอโณทัย	
	เรื่องที่คุณได้กล่าวว่า วิญญาณจะใส่บาตรได้ก็ต้องรอจังหวะเหมาะ  ๆ   รอพระสุปฏิปันโนดีผ่านมานั้น สงสัยว่าวิญญาณเค้าจะทำ
อย่างไร    เพราะได้เคยสัมผัสเพียงว่า เวลาสวดมนต์และแผ่เมตตา วิญญาณเค้าจะรอผลบุญกุศล   จนคนที่นั่งสวดมนต์ไม่ได้อะไรเลย เพราะ
บุญกุศลที่ทำเป็นของวิญญาณที่มานั่งรอขอหมด     และหากวันใดที่ไม่ได้สวดมนต์หรือทำบุญ    ผลที่ได้ก็คือ เราจะไม่สบาย    และเค้าจะมา
วนเวียน จนเรากลัวเอง ทำอย่างไรดี

	ตอบ
	เรื่องวิญญาณใส่บาตรกับพระสุปฏิปันโน  เป็นเรื่องราวของผู้ที่ปฏิบัติดีน่ะครับ  ดีขนาดวิญญาณเค้ายังอยากมาใส่ด้วย  วิญญาณใฝ่
     ดีน่ะมีครับ   เมื่อเค้าใฝ่    ด้วยความเป็นทิพย์แห่งจิตวิญญาณเค้าจะทราบเองครับว่าจิตของ "พระดี" นั้นเป็นอย่างไร? ใครจิตดีบ้าง? พระ
     ไม่ได้อยู่ที่เครื่องแบบ (จีวร โกนหัว โกนคิ้ว ฯลฯ)  แต่อยู่ที่ใจครับ  คนที่จิตดี  จิตเป็นพระ (ประเสริฐ)  เป็นฆราวาสถมไปครับ
	เรื่องการทำบุญแล้วอุทิศไปกลัวหมดนั้น  คิดอย่างคุณหนามซิน เยอะครับ  แต่คิดในทางนี้ไม่ถูกครับ  คำว่า บุญกุศลนั้น  ไม่ใช่วัตถุ
     นี่ครับ  วัตถุเมื่อมีการให้  ย่อมหมด ย่อมถูกแบ่ง  แต่บุญกุศล เป็นนามธรรม  เป็น "พลังงาน" ครับ  ไม่มีตัวตน แต่สัมผัสได้ (พลังงานหลาย
     อย่างมีตัวตน  และเราก็สัมผัสได้  เช่น ลม  พลังงานความร้อน   พลังงานคลื่นแม่เหล็ก)
	เมื่อเป็นพลังงาน จึงไม่หมด  เพราะ….. เอาอย่างนี้ครับ  ใช่ศัพท์ยาก ๆ  เดี๋ยวจะงง อย่างนี้นะครับ  เหมือนคุณเป็นต้นเทียนที่จุด
     ไฟ  การอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนั้น   ก็เหมือนคุณให้คนอื่นมาต่อเทียนคุณครับ  ให้คนอื่นเอาเทียนมาต่อจากไฟขอองคุณ  (ที่เป็นต้นเทียน)
    ต่อได้เรื่อย ๆ  ใช่มั้ยครับ?  ไฟคุณไม่หมดเพราะมีคนมาต่อเทียนหรอกครับ
	แต่หมดได้ด้วยตัวคุณเอง  คือถึงคุณจะเป็นต้นเทียน  แต่สักระยะหนึ่งก็จะหมดไปโดยตัวเอง
	เพราะฉะนั้น  ถึงบอกกันต่อ ๆ  มาไงล่ะครับว่า  ต้องหมั่นเติมเชื้อ  เติมบุญกุศลเรื่อย ๆ  บ่อย ๆ  คุณเองจะได้มีไฟให้คนอื่นมาต่อได้
     เรื่อย ๆ
	รู้แล้วอย่างนี้   อย่าขี้เกียจทำบุญนะครับ   และก็อย่าหวงบุญครับ   อุทิศไปเลย  อุทิศมาก ๆ  อุทิศให้หมด   อุทิศให้อย่างจริงใจ  อุทิศ
     แบบไม่หวง
	กฎธรรมชาติบอกเอาไว้นะครับ  ยิ่งทำยิ่งได้  ยิ่งอุทิศคุณก็จะยิ่งได้
	ได้อะไร  ไม่บอกรับ  ทำแล้วรู้เอง  ได้เอง
				 					        อโณทัย    เขตต์บรรพต

ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ "  ราคาเล่มละ 180 บาท  คลิกดูรายละเอียดที่นี่

	มีสัมผัสพิเศษเห็นวิญญาณ  เป็นคนดวงแข็งหรือเปล่า?
	สวัสดีค่ะคุณอโณทัย
	ดิฉันต้องการมีความประสงค์ใคร่จะขอถามว่า  การที่เรามีเซนต์  ติดต่อกับวิญญาณได้นั้น  เป็นเพราะดวงของเราแข็งหรือเปล่าคะ
     เพราะดิฉันเคยเห็นวิญญาณเจ้าที่บ่อย ๆ  เลยแปลกใจตัวเอง    เป็นอย่างนี้มานานแล้วค่ะ
	แล้วการที่เราไปทำแท้งนี้จะมีผลกรรม   จะมีมากไหมคะ    เพราะการทำแท้งนี้เขายังไม่มีชีวิต    เลยนะคะ   แค่  2  เดือนกว่าเอง
     จะตกนรกไหมคะ

	ตอบ
	เซนต์ที่คุณเขียนมาหมายความว่า ลายเซนต์  หรือไม่มีตังค์  แล้วเซ็นต์เอาไว้ก่อนนะครับ
	จริง ๆ  คือ	เซ้นส์ (sense) แปลว่า ประสาทสัมผัส  ซึ่งทุกคนมีอยู่แล้ว  (ตา หู จมูก ลิ้น  ผิวหนัง…..)   แต่พอพูดอย่างนี้  คน
     ทั่วไปมักจะนึกว่าเป็นประสาทสัมผัสพิเศษ  ซึ่งคำเต็ม ๆ  จริง ๆ  ก็คือ sixth sense หรือประสาทสัมผัสที่ 6 (คือ ใจ)
	จริง ๆ  แล้วการเห็นผี  หรือวิญญาณนี่  ไม่จำเป็นต้องดวงแข็งหรอกครับ   ดวงอะไรถ้าจะเจอก็เจอได้  คนที่จะเห็นวิญญาณได้นั้นมี
     องค์ประกอบหลายอย่างครับ  เช่น ต้องมีสมาธิดี  (สามารถเห็นมิติอื่นได้)  ต้องมีจิตดี  (เมื่อจิตดี  วิญญาณเค้าอยากเจอ  อยากให้เห็น  จะได้
     ขอความช่วยเหลือ   เหมือนคุณเป็นคนดี   ใคร ๆ  ก็อยากเจอ   อยากขอความช่วยเหลือ)  ต้องดวงซวยจริง   (เพราะวิญญาณที่ไม่ดีกะจะเล่น
     งานคุณ   หรือวิญญาณ ดี ๆ  เค้าก็อยากมาเตือน  มาช่วยคุณ)  หรือคนทีมีหน้าที่จะต้องทำอะไรบางอย่างหรือหลายอย่าง  วิญญาณเก็มาบอก
     มาเตือน  หรือวิญญาณที่ขี้เล่น  เค้าก็พยายามมาล้อเล่นกับคุณ  วิญญาณอาฆาต   วิญญาณพยาบาท  ฯลฯ
	เห็นไหมครับ?  การเจอวิญญาณนั้น  ใคร  ๆ   ก็เจอได้  ไม่จำเป็นต้องดวงแข็งอย่างเดียว
	แต่จะมีหลักใหญ่ใหญ่ ๆ  ก็คือ   ต้องมีภาวะที่ตรงกัน   หรือใกล้เคียงกัน    หรือมีคลื่นเดียวกัน   หรือคลื่นใกล้เคียงกัน   เหมือนซื้อ
     โทรทัศน์มาใหม่ ๆ  มันต้องมีการ "จูนคลื่น" หรือ "ปรับคลื่น"   ไม่งั้นหน้าจอก็จะเป็นคลื่น ๆ  ซ่า ๆ  แบบนั้นล่ะครับ  เราก็ต้องปรับ
     คลื่นให้ตรงความถี่  เราถึงจะเห็นภาพ
	การเห็นวิญญาณก็เหมือนกันครับ  อยู่ที่ฝ่ายเราหรือฝ่ายวิญญาณจะปรับคลื่น  เมื่อสักครู่บอกว่าปรับคลื่นโทรทัศน์  เราเป็นคนปรับ
     คลื่น  เราจึงเห็นภาพ  แต่คนในจอไม่เห็นเราใช่มั้ยครับ? เหมือนกันครับ  ถ้าเราปรับคลื่นให้เห็นวิญญาณ  (จะปรับด้วยวิธีไหน หรือตั้งใจ
     ไม่ตั้งใจ  เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)  เราก็จะเห็นวิญญาณได้  แต่วิญญาณอาจจะไม่เห็นเรา  แต่ถ้าวิญญาณปรับคลื่นมาให้เราเห็น  แต่เราไม่ได้ปรับ
     คลื่นรับ  เราก็อาจจะไม่เห็น  สัญญาณอ่อน ๆ  อาจจะได้แค่ได้ยินเสียง  หรือได้กลิ่น  หรือเห็นอะไรแว่บ ๆ
	อยากเห็นอยากสื่อสารได้  ต้องปรับด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายครับ
	การปรับคลื่นของวิญญาณทำได้ง่ายกว่า   เพราะเป็นพลังงานที่มีอนุภาคที่ละเอียดกว่ากายหยาบของมนุษย์     วิญญาณจึงมองเห็น
     มนุษย์ได้มากกว่า   แต่มนุษย์มีกายหยาบ   มีความคิดสับสน  หลากหลายความคิด  ความคิดจึงไม่เป็นระเบียบ   ไม่ละเอียด  ปรับคลื่นยากกว่า
     เลยไม่ค่อยเห็นวิญญาณ  แต่การปรับคลื่นโดยอัตโนมัตินี่เป็นไปได้ครับ  เพราะจิตเรามีการสั่งงานอย่างอัตโนมัติอยู่แล้ว อย่างเวลาที่เราโดน
     ของร้อนตกใส่มือ   เราจะสะบัดทันที   ไม่ต้องรอว่า  เอ้า…....สมอง  สั่งงานนะ สั่งให้สะบัดมือนะ  อย่างนี้ไม่ต้อง  สะบัดทันที  นี่เรียกว่า
     อัตโนมัติ
	การจัดระเบียบที่ดีเพื่อให้เกิดคลื่นที่มีอานุภาพ  ก็คือการทำ "สมาธิ" ครับ
	ความจริงอย่าไปสนใจเลยนะครับว่า     จะเห็นวิญญาณหรือไม่เห็น     เพราะทั้งเราทั้งวิญญาณก็มีสิทธิที่จะอยู่ในโลกนี้เหมือนกัน
     เราก็ไม่ใช่เจ้าของโลก    วิญญาณก็ไม่ใช่เจ้าของโลก    จะบังเอิญหรือตั้งในมาเจอกันบ้างในบางโอกาส    บางเวลา   ก็อย่าไปใส่ใจเลยครับ
     ไม่งั้นประสาทกิน  แต่ยึดหลักเอาไว้ว่า  ถ้าเห็นวิญญาณ  ควรทำบุญทำกุศลไปให้  มากน้อย  ตามกำลัง  ตามความสะดวก
	ถือว่าเป็น "ผู้ให้"  น่ะดีที่สุดครับ
	ส่วนเรื่องการทำแท้ง  อ่านได้จากบทความเก่าครับ (ดูหัวข้อข้างบนๆ)  
	ถามว่าจะตกนรกมั้ย?
	ตกครับ?   อย่างน้อยก็  "นรกในใจ"
	ตกอยู่แล้ว…ใช่มั้ยล่ะครับ?
				 					        อโณทัย    เขตต์บรรพต

ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ "  ราคาเล่มละ 180 บาท  คลิกดูรายละเอียดที่นี่

	โดนคุณไสย
	ขอคำแนะนำนะค่ะ  คือว่าพี่ชายของแฟนเค้าโดนคุณไสย  พวกเสน่ห์ อะไรแบบนี้ค่ะ  เพราะว่าเขาไปเที่ยวผู้หญิงประเภท
นั้นค่ะ
     	เค้าโดนของมาประมาณ 8 เดือนแล้ว  ดิฉันทราบได้จากแฟนของพี่ชาย  และที่วัดคือมีพระเค้าทักบ้าง  เพราะวัดที่พวกเรา
ไปทำบุญกันนั้น     ทักเหมือนกันทุกวัดเลยค่ะ  แล้วเราก็พาพี่ชายไปรักษาตามคำแนะนำที่สกลค่ะ คือการรักษาเอาของที่เค้าใส่มาออกค่ะ  
ใช้ไข่ค่ะ ดิฉันคิดว่าได้ผลดีค่ะ เพราะเราเห็นของออกมาจากไข่ที่เค้าใช่รักษาค่ะ เช่น มีแมลงสาบ   รากไม้  เลือดเสียอะไรแบบนี้ค่ะ  ตัวของ
พี่ชายแฟนก็รู้สึกดีขึ้นค่ะ แต่ทุกครั้งที่เราไปรักษากันที่ จ.สกลนคร  พี่ชายแฟนจะต้องโทรฯ ไปหาผู้หญิงคนนั้น  หรือไปพบเค้าก่อน 1 วันค่ะ  
	ดิฉันแน่ใจว่าผู้หญิงคนนี้เค้าทำของใส่ เพราะดิฉันโทรฯ ไปสืบที่บ้านผู้หญิงคนนี้ค่ะ คนที่บ้านเขาก็เชื่อว่าดิฉันเป็นเพื่อน และ
ยอมบอกว่าทำของใส่จริง
	และก็จริงอย่างที่คิดค่ะ  ผู้หญิงคนนี้เป็นคน จ. โคราช   อ.ครบุรี ค่ะ  เราเสียเงินรักษากันไปเยอะมากค่ะ  แต่เราก็มารู้ที่หลังว่า
เหนื่อยเปล่าค่ะ   เพราะเค้ายังติดกัน  และไปมาหาสู่กันอยู่อีก   ดิฉันรู้สึกเบื่อหน่าย กับเรื่องที่เบื่อพวกนี้มากค่ะ   แต่ก็ถือว่าเราเป็นครอบครัว
เดียวกันค่ะ
	วันหนึ่งดิฉันกับแฟนก็ได้ไปเที่ยวที่วัดแห่งหนึ่งค่ะ และด้วยความบังเอิญก็ได้เจอกับฤาษีตาไฟ ทีแรกดิฉันก็ไม่รู้จักหรอกค่ะแต่เห็น
ลักษณะการแต่งตัวแล้วเหมือนกันฤาษีจำศีลค่ะ  จึงได้สอบถามกับลูกศิษย์ที่ตามฤาษีค่ะ  ประกอบกับตัวแฟนของดิฉันก็กลุ้มใจกับเรื่องพี่ชาย
ที่รักษาไม่หายเสียที   ก็ได้สอบถาม   ได้พูดคุยกับตัวพระฤาษีตาไฟด้วยค่ะ   เค้าบอกว่าสำนักอยู่ที่  อ.ครบุรี  จ.โคราช ค่ะ 
	ดิฉันคิดว่าอาจจะเป็นคนนี้หรือเปล่าค่ะ   อาจจะเป็นคนทำของให้กับผู้หญิงคนนั้น  ซึ่งเป็นคนอำเภอเดียวกัน จึงได้ถามว่าแก้ของ 
(คุณไสย) ได้หรือเปล่า และได้เล่าให้เค้าฟังถึงความเดือดร้อนทุกข์ใจ ให้กับเค้าฟัง  ฤาษีตาไฟที่ดิฉันได้เจอนั้นเป็นคนอัธยาศัยดีค่ะ ยิ้มแย้ม
แจ่มใส ฤาษีเค้ายังบอกอีกว่าบางทีอาจจะเป็นของ ๆ   ของหรือเปล่า  แต่ฤาษีก็รับปากดิฉันว่าจะแก้ของให้ค่ะ  
	แต่ดิฉันยังสงสัยอยู่ค่ะว่า   ฤาษีตาไฟเนี้ยจะทำของ   (คุณไสย)   ทำร้ายผู้คนด้วยเหรอค่ะ   แต่ฤาษีตาไฟเค้าบอกว่า  เค้าไม่รู้
หรอกว่า  ผู้หญิงคนนั้นมาหลอกว่าเป็นเมียหลวง ให้ช่วยให้สามีกับมาหาเค้า  
	แต่ดิฉันก็อดคิดไม่ได้ค่ะ   ดิฉันจึงอยากถามว่า   คุณเคยได้ยิน   หรือรู้จักพระฤาษีตาไฟ ที่  อ.ครบุรี   จ.โคราช   หรือไม่    แล้วเค้าจะ
ช่วยได้จริงหรือเปล่า   หรือว่าฤาษีตาไฟเนี้ยจะรับเงินสองทางหรือเปล่า ถ้าผู้หญิงคนนี้ไปทำคุณไสยที่สำนักฤาษีตาไฟ  
	แต่เท่าที่รู้นะค่ะ ว่าฤาษีตาไฟไม่เรียกค่าครูอะไรค่ะ  แล้วเราจะให้ตามศรัทธาค่ะ  แล้วมีวิธีแก้ของเสน่ห์ หรือคุณไสยได้ที่ไหนค่ะ 
ช่วยแนะนำด้วยนะ และดิฉันกับแฟนเปิดร้านขายของค่ะ  พวกเมตตา มหานิยมที่ใช้ช่วยค้าขายดี จริงหรือเปล่า แล้วจะดีมั้ยถ้าดิฉันขอจาก
ฤาษีตาไฟคนนี้  เพราะดิฉันกลัวค่ะคือฤาษีตาไฟ   นี้สามารถทำเสน่ห์   หรือทำคุณไสยใส่คนได้ เลยคิดมาก ว่าจะขอเมตตามหานิยมมากค้า
ขายค่ะ  ปัจจุบันนี้ดิฉันกำลังตั้งครรภ์ค่ะ
     	เราสัมผัสกับสิ่งเร้นลับพวกนี้มาก ๆ  เด็กจะผลอะไรหรือเปล่าค่ะ เพราะวันนั้นที่ดิฉันได้เจอกับฤาษีตาไฟ   เค้าได้เป่าหัวดิฉันและ
สามีค่ะ
     	เค้าบอกว่าจะโชคดี    แต่พอกลับมาบ้านดิฉันกับรู้สึกกลัวว่าจะเป็นอะไรมั้ยกับตัวเองและลูกค่ะ    และดิฉันควรจะพาพี่ชายไป
รักษากับพระฤาษีตาไฟ   ดีหรือเปล่าค่ะ  สุดท้ายนี้ขอชอบคุณค่ะ   ที่รับฟัง   และขอขอบคุณล่วงหน้านะค่ะที่ตอบคำถามค่ะ และยินดีที่จะ
ให้ผู้อื่นได้อ่านเรื่องราวค่ะ เผื่อจะได้มีประโยชน์ เพราะสิ่งที่เล่ามานี้เป็นเรื่องจริงค่ะ  ได้ประสบมาเองกับคนในครอบครัวค่ะ

	ตอบ
	อ่านจดหมายคุณแล้วมึนครับ
	เหมือนคุณสับสนใจตัวเอง  ปากก็บอกว่าไม่เชื่อ  แต่ไปหาบ่อย  ปากก็บอกว่าให้ (คนเหมือน) ฤาษีเป่าหัวแล้วมึน ๆ  กลัวลูกจะรับ
     เคราะห์  แต่ก็ยังให้เป่า  ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นฤาษีหรือเปล่า  แต่ก็เรียกฤาษี
	เลยงงครับ  ว่าคุณคงจะสับสนแน่
	แต่บอกได้เลยว่า  คุณไสยนั้นมีจริง
	และก็มีผลทำให้คนเสียผู้เสียคนไปมากต่อมากแล้ว
	ทางแก้ก็ไม่ยาก  คือไม่อยากได้  ก็ไม่ต้องไปรับ
	พูดอย่างนี้คุณคงจะค่อนขอดอีกว่า  ก็ไม่อยากรับหรอก  แต่มีคนเอามาให้  ยัดเยียด  หรือแกล้ง
	ที่จริงถูกของคุณ   ของผมก็ถูกครับ   คือไม่อยากได้    ก็ไม่ต้องรับ     ทีนี้ที่คุณหรือใครก็ตามได้รับมาอย่างไม่ตั้งใจนั้น     ถ้ามองลึก ๆ
     (อย่ามองอะไรแคบ ๆ  ตื้น ๆ)   แล้วจะเข้าใจว่า……………..
	ของพวกนี้มันต้องมีสื่อ  เหมือนคุณไปซื้อของกับแม่ค้า  คุณต้องสนใจหรือสะดุดตา  หรือเข้าไปมองของนั้นก่อนใช่มั้ยครับ  แม่ค้า
     เค้าถึงเสนอคุณงามความดีของสินค้าหรือของนั้น   แล้วก็พยายามยัดเยียดให้จนได้   บางทีคุณอาจจะซื้อของนั้นมาอย่างเบลอ ๆ  ก็ได้  ถ้าคุณ
     เดินผ่านไป  ไม่สนใจใยดี  ไม่ชอบ  แม่ค้าเค้ากล้าจะมายัดเยียดให้หรือครับ  เดินผ่านไปเลยซิครับ
	คนที่โดนของนั้น  เพราะใจเค้าเองเป็นสื่อครับ
	คุณไสยเป็นเรื่องลึกลับ ถ้าใจของเค้าสนใจเรื่องลึกลับ  นั่นแหละครับ  เป็นสื่อแล้ว
	สนใจแต่เรื่องอภินิหาร  สนใจแต่เรื่องวิญญาณ  เรื่องลึกลับ   ก็เท่ากับใจคุณเป็นสื่อยอมรับไปแล้ว
	พระ (หรือฆราวาส)  ที่ปฏิบัติดีแล้ว  ท่านไม่สนใจสิ่งเหล่านี้  ไม่เห็นได้ข่าวเลยว่าท่านถูกคุณไสย
	เพราะท่านไม่สนใจ  ไม่ใส่ใจ  ไม่ยอมรับ  ไม่ต้องการ
	แก้แค่นี้แหละครับ
	แต่ความเป็นจริงแล้ว   คนเรานั้นพื้นเพเดิม (ก็สันดานนั่นแหละ) สนใจเรื่องอย่างนี้กันแทบทุกคน  ใครบ้างไม่สนใจเรื่องอย่างนี้
     บ้าง  (ผมยังสนใจเลย!)   แต่การสนใจต้องมีขอบเขต   อย่างสนใจเพื่อศึกษา    ให้รู้จริงเพื่อเอามาเป็นสติ  เป็นเครื่องเตือนใจ หรือเพื่อช่วย
     คนอื่น  สนใจเพื่อใฝ่ดี  อย่างนี้ไม่เท่าไหร่?  แต่สนใจมาก  เชื่อถือ  ปักใจกับสิ่งนี้  เราเรียกว่าความเชื่อ  เชื่อมาก  ก็เรียกว่างมงาย
	เมื่อเชื่อ  เมื่องมงาย  ก็เท่ากับเป็นสื่ออย่างดี  เพราะใจมันยอมรับไปแล้ว
	การเชื่อ (ที่ขาดสติ) การงมงาย  มันเป็นสิ่งไม่ดีใช่มั้ยครับ?
	คุณไสยก็ไม่ดีใช่มั้ยครับ?
	เมื่อไม่ดีกับไม่ดี  เลยอยู่ด้วยกันได้  เข้ามาหากันได้ง่ายมาก
	ส่วนคนที่ทำดี คิดดี  จิตก็จะดี  ดีใช่มั้ยครับ?
	คุณไสยไม่ดีใช่มั้ยครับ?
	แล้วดีกับไม่ดี  จะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร?
	(อยู่ที่ว่าอันไหนจะมี "พลัง" มากกว่ากัน)
	นี่คือกฎธรรมชาติ
	วิธีป้องกัน  ไม่ให้โดนคุณไสย
	อย่างแรก  ก็สร้างภูมิคุ้มกันจากตัวเราก่อน  คืออย่าเชื่อ  อย่างมงมงาย  ไม่มีใครบันดาล  หรือเนรมิตอะไรได้หรอกครับ
	อย่างที่สอง ถ้าจะเถียงว่าไม่เชื่อแล้ว  แต่โดนทำร้ายล่ะ   นั่นต้องถือว่าโชคไม่ดีครับ  เป็นเพราะภูมิคุ้มกันของคุณยังไม่ดีพอ (บารมี
     น้อย)  คุณก็ต้องหาภูมิคุ้มกันที่ดี ๆ  มาคุ้มกันคุณ
	ภูมิคุ้มที่ดีต้องมากจากคนที่ดี  
	คนที่ดีที่สุดในโลก  ผมไม่เห็นจะมีใครดีเท่า พระพุทธเจ้า
	ให้ พระพุทธเจ้า คุ้มครอง ซิครับ  ดีที่สุด
	การที่จะอยู่ในความดูแลของ  พระพุทธเจ้า  ต้องทำตามคำที่ท่านสั่งสอน   (ก็จะเป็นลูกศิษย์ในความดูแลของพระองค์ท่านแล้วนี่
     ครับ)
	คำสอนที่ดีที่สุดของท่านก็คือ ธรรมะ
	"ผู้ใดเห็นธรรม  ผู้นั้นเห็นตถาคต"
	ธรรมะ ที่ดีที่สุดก็คือ ไม่ทำอะไรแล้วตัวเองเดือดร้อน  ไม่ทำอะไรแล้วคนอื่นเดือดร้อน  ทำอะไรแล้วตัวเองได้ประโยชน์  และทำ
     อะไรแล้วคนอื่นได้ประโยชน์
	ธรรมะ ที่ดีทีสุดก็คือ ความเป็นธรรมชาติ  จะเกิด  จะแก่  จะเจ็บ  จะตาย จะรัก จะชอบ จะรวย จะ จะ จะ จะ ……  สารพัดสิ่ง
     ต่างต้องเป็นไปตามธรรมชาติ
	ที่บ้านคุณของจะขายดี  ต้องเป็นไปตามธรรมชาติ  ธรรมชาติของที่จะขายดี ต้องมีราคาไม่แพง คนขายยิ้มแย้มดี คนขายไม่โกงลูกค้า
     สถานที่ดี ฯลฯ  นี่เป็นธรรมชาติของความเป็นจริง
	ร้อยนางกวักก็กวักไม่ไหวหรอกครับ  ของไม่ดี ของแพง คนขายหน้าหงิก ร้านเก่าอับ ๆ กวักเท่าไหร่ก็ไม่มาหรอกครับ  (นอกจากจะ
     กวักเอาแต่เรื่องไม่ดีเข้ามา  หรือขายสินค้าที่ไม่ดี  อย่างของผิดกฎหมาย) พวกนี้อับ ๆ  ทึบ ๆ  แพง ๆ  ก็กวักได้
	แต่สุดท้ายต้องไปเที่ยว ห้องกรง
	ปฏิบัติธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้ว  ไม่โดนของแน่ครับ
	ส่วนใครที่ทำตามทั้งข้อ 1 และ ข้อ 2 (สร้างภูมิกับปฏิบัติธรรม) แล้ว  ยังโดนคุณไสย  นั่นแสดงว่ายังมี "กรรม"
	แล้ว "กรรม" นั้นก็ยิ่งใหญ่เกินที่จะแก้  ต้องชดใช้อย่างเดียว
	แต่ถ้าทำตามทั้ง 2 ข้อ  ไปเรื่อย ๆ   ไม่นานก็จะดีขึ้นเองครับ
	ส่วนพระ  อาจารย์  หรือผู้ที่มี "จิต"  ดี    มี "พลัง"  ที่ดี ๆ  ช่วยได้ครับ
	เพราะอย่างที่บอก พระ (ต้องเป็นพระนะครับ ไม่ใช่ภิกษุ) อาจารย์  ผู้ที่มี "พลัง" ที่ดี ๆ  ย่อมมีความดี  ซึ่งถ้าคุณไสยที่ทำมามีกำลัง
     ที่อ่อนกว่า  ก็จะสู้ไม่ได้
	เป็นกฎธรรมชาติอีกนั่นแหละครับ  อะไรที่อ่อนกว่าจะไปสู้อะไรที่แข็งกว่าย่อมไม่ได้
	แต่ต้องเป็นผู้ที่มีจิตดีเท่านั้นนะครับ
	ส่วนที่คุณว่าเป็นฤาษีนั้น   ผมไม่อยากเชื่อครับ   ฤาษีก็คือผู้ปฏิบัติธรรม  ที่มีศีลมากกว่า เณร มากกว่าชี  แต่ไม่ถึงพระแต่อย่างน้อยก็
     มีศีล
	แล้วเที่ยวไปทำของอย่างนี้  ใช่หรือครับ?
	ป่านนี้ฤาษีที่คุณว่านี่  อาจจะทุกข์หนักไปแล้วมั้งครับ?
	ถ้าโดนคุณไสยแล้ว   อยากแก้   อย่างที่บอก   ต้องหาคนที่  จิตบริสุทธิ์ที่ดี  ๆ    มาช่วยขับไล่สิ่งที่ไม่ดี   มีปัญหาตรงนี้ถามผมเป็นการ
     ส่วนตัว  บอกตรงนี้ไม่ได้ว่าเป็นใคร?  เดี๋ยวคนที่ผมนับถือต้องรับแขกไม่เป็นอันกินอันนอน  บาปกรรมผมอีกที่ทำให้ท่านต้องเหนื่อย (ถึง
     จะได้ช่วยคนอื่น  แต่ก็ไม่คุ้มกันครับ)
	ส่วนคนที่ยังไม่โดน  อยากรอดพ้นจากคุณไสย  ก็ต้องต้องสร้างภูมิคุ้มกันครับ
	ประกาศตัวไปเลยว่า ต่อไปนี้จะเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า  จะไม่เชื่อ ไม่งมงาย  ไม่หลงไหล ไม่เชื่อวิญญาณที่ไม่ดีอีกต่อไปแล้ว
	แล้วยึดถือธรรมะ  หรือศีล  หรืออะไรก็ได้ที่ดี  ที่ทำแล้วไม่เดือดร้อนตัวเอง  ไม่เดือดร้อนคนอื่น ทำแล้วมีประโยชน์กับตัวเอง  มี
     ประโยชน์กับคนอื่น  ยึดให้มั่นแล้วปฏิบัติจริง
	รับรองครับ  พ้นแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
				 					        อโณทัย    เขตต์บรรพต
ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ " ราคาเล่มละ 180 บาท คลิกดูรายละเอียดที่นี่

	ชีวิตคนเราขึ้นอยู่กับดวงชะตาหรือ ?
	สวัสดีครับคุณ Webmaster วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้เข้ามาเยี่ยมชมเว็ปไซด์ของคุณ    ผมขอชื่นชมจริงๆจากใจนะครับ 
ว่ามีสาระ มากๆ
	ขอเข้าเรื่องเลยนะครับ ผมต้องการให้webmaster ตอบคำถามผมที่ค้างคาใจอยู่นานมากแล้วครับ  ไม่ว่าอย่างไรกรุณาตอบ
ด้วยครับเพราะเป็นคำถามที่ทำให้ผมไม่มีความสุขในการดำเนินชีวิตเลย
	สิ่งที่ผมคาดหวังในครั้งนี้ คือการได้คำตอบจากคุณwebmasterนะครับ
	ตอนนี้ผมเรียนอยู่ปี1 ปริญญาตรี ผมอายุ18 แต่ที่จริงผมอาจตายมานานแล้ว   หากไม่ได้วิชาโหราศาสตร์ช่วยชีวิตไว้
	เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ผมอยู่ ม.4 ผมไม่มีโชคเลย ไม่ว่าจะทำอะไรก็อาภัพตลอด
	บังเอิญวันหนึ่งมีเพื่อนซี้นำหนังสือ เรื่องการทำนายตัวเองจากชื่อ (ของคุณปาจรีย์    นุพงษ์)มาให้ผมอ่าน
	ปรากฏว่ามันตรงกับชีวิตผมมาก ผมเองก็อยากให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น
	สี่เดือนต่อมาผมจึงขอพ่อแม่เปลี่ยนชื่อ    ใช้เวลาสักระยะหนึ่ง ชีวิตทุกอย่างของผมก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก
	จากนั้นผมจึงได้ศึกษาโหราศาสตร์ (แบบงูงูปลาปลา)แต่พอจะได้ใจความจากมัน ซึ่งใจความที่ผมได้นั้นอาจไม่ตรงกับความจริง
	ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่ผมขอความกรุณาให้webmasterตอบให้ผมด้วยครับ
	ยังมีอีกหลายคนในโลกนี้ที่อาภัพ สำหรับผม ผมได้แก้ปัญหาด้านดวงชะตาให้กับตัวเองแล้ว
	ส่วนหนึ่ง ผมเชื่อว่าผมได้ทำดีที่สุดกับชะตาตัวเองแล้วโดยการเปลี่ยนชื่อ 
	แต่อย่างอื่น  เช่นวันเกิด เดือนเกิด กราฟชีวิต ผมเปลี่ยนมันไม่ได้ ซึ่งผมก็เข้าใจดี ผมเชื่อครับว่าวิชานี้มีประโยชน์มาก อาจารย์
บางคนดูดวง”แม่น”มาก จนเกิดคำถามนี้ครับ
	ผมไม่เข้าใจครับ  ว่าชีวิตคนเรา จะต้องขึ้นอยู่กับดวงชะตาเท่านั้นหรือครับ  เราจะกำหนดชีวิตเราไม่ได้เลยหรือครับ
	เราเป็นแค่เครื่องจักรรึเปล่าครับ ความพยายาม ความล้มเหลว ความสำเร็จ     หรือแม้กระทั่งความรักนั้นถูกลิขิตมาแล้วทั้งนั้น
หรือครับ แล้วเราจะยังพอกำหนดชะตาตัวเองได้ในส่วนใดบ้างครับ
	ท้ายนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า  ผมจะสามารถนำคำตอบที่ได้รับจากคุณทำให้การดำรงชีวิตของผมต่อไปมีความหมายขึ้น
	ขอบคุณมากครับ
	สัมพันธน์

	ตอบ
	สวัสดีครับคุณสัมพันธ์
	ผมชื่อ "อโณทัย"  ครับ
	เวลาที่ mail มาหาผมเจาะจงด้วยนะครับ  เขียน webmaster อย่างดียวตอบช้าครับ  เพราะในเวบนี้ไม่ไดีมี webmaster 
คนเดียว
	คุณเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความเชื่อในเรื่อง "การเปลี่ยนชื่อ"
	คุณน่ะ...2-3 ปีจะเป็นปัญญาชน  เป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้วนะครับ
	ถ้าประเทศชาติมีคนที่เชื่ออย่างนี้....บ้านเมืองเราก็จะไม่พัฒนา......และไม่ก้าวหน้าไปเท่าที่ควร
	ทำไมผมถึงกล้าว่าคุณอย่างนี้.....
	เพราะเวลาที่หาคำตอบไม่ได้  เช่น..ที่คุณบอกว่า..เรื่องมันเริ่มตั้งแต่ผมอยู่ ม.4 ผมไม่มีโชคเลย ไม่ว่าจะทำอะไรก็อาภัพตลอด...
	คุณหาเหตุผลได้ไหมว่าเพราะอะไร..เมื่อคุณหาคำตอบไม่ได้....คุณก็หันไปหาในสิ่งที่คิดว่าน่าจะช่วยคุณได้
	เช่นการบนบานศาลกล่าว  การทำพิธั.......และอย่างที่คุณทำคือ......การเปลี่ยนชื่อ
	การเปลี่ยนชื่อเป็นเพียงการสร้างความสบายใจเท่านั้นครับ  ไม่มีผลต่อกรรมหรอกครับ
	สมมติชื่อคุณชื่อ ประเทือง  ถ้าไม่คิดอะไรก็ดูเพราะดี
	แต่เดี๋ยวนี้มีคนเอาคำว่า "ประเทือง" ไปในความหมายว่าเป็นกระเทย
	ใครเรียกคุณ...ประเทือง ๆๆๆๆๆๆ  คุณก็ไม่ชอบ  เพราะไปยึดคำว่าประเทืองหมายถึงกระเทย
	แต่ถ้าเฉยๆ  ไม่สนใจว่ายังงัย (เพราะเราก็ไม้ได้เป็นอย่างที่เค้าเข้าใจ) ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร  เพราะจริงๆประเทืองมีความดีจะตาย
	แต่เอาล่ะ.....เมื่อคุณได้ยินใครเรียกว่าประเทืองแล้วไม่สบายใจ  กินไม่ได้นอนไม่หลับ
	อยากเปลี่ยนชื่อเป็น  เกรียงไกร  ซึ่งฟังดูแล้ว......น่าปลื้ม  น่าภาคภูมิใจ
	ทำให้คุณสบายใจ  ยิ้มแย้ม  เป็นปลื้ม
	ถ้าอย่างนี้เปลี่ยนแล้วสบายใจ..มีความสุขก็เปลี่ยนไป
	แต่ถึงคุณจะเปลี่ยนชื่ออย่างไร  คุณก็คือนายประเทืองคนเดิม  ก็คุณเปลี่ยนแต่ชื่อนี่ไม่ได้เปลี่ยนตัวสักหน่อย
	ถ้าคนเปลี่ยนชื่อแล้วดี.......ป่านนี้มีคนชื่อ ทักษิณ เต็มบ้านเต็มเมืองแล้วครับ
	สิ่งที่คุณได้ดีไม่ได้มาจากชื่อครับ.....มาจก เหตุที่คุณทำดีมาต่างหาก
	มาจาก "กรรม" นั่นเอง
	ทำดีได้ดี (แม้จะต้องเวลาสักหน่อย)  คนชื่อสวรรค์ตกนรกออกเพียบครับ

	.........ผมไม่เข้าใจครับว่าชีวิตคนเรา จะต้องขึ้นอยู่กับดวงชะตาเท่านั้นหรือครับ.........
	ดวงชะตา  โหราศาสตร์ เป็นเพียง "ตัวบอก" เท่านั้น  ไม่ใช่เป็น "ตัวกำหนด"
	เข้าใจมั้ยครับ ?
	หมายความว่า  ถ้าคุณมีความรู้เรื่องดวงชะตา  หรือโหราศาสตร์
	คือล่วงรู้ความเป็นไปในอดีตและอนาคตได้
	แต่เพียงแค่รู้ครับ  รู้ว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  แต่กำหนดเองไม่ได้
	ถ้ากำหนดได้  เมื่อมีคนรู้ว่าชะตาไม่ดี  เราก็กำหนดซิครับว่า  ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้
	ถ้าอย่างนั้นคนที่รู้ชะตาตัวเอง  ก็แก้ไขให้ดีขึ้นซิครับ
	แก้ให้เลิศไปเลย  แก้ดวงให้รวย  แก้ดวงให้เป็นใหญ่
	ถ้าแก้ได้อย่างที่เห็นอนาคต  เราก็คงไม่มีคนจน  ไม่คนถูกฆาตกรรม  คงรวยกันทั้งบ้านทั้งเมือง
	หรือพูดง่ายๆว่า....แค่เพียงรู้....แต่แก้ไขอะไรไม่ได้ (เว้นแต่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ  ที่ไม่ใช่ผลมาจากกรรม)
	การรู้ด้วยอำนาจสมาธิ  รู้ด้วยวิชาความรู้  ก็แค่เพียงรู้ครับ  แต่ไปกำหนดให้เกิดไม่ได้
	ตัวที่กำหนดให้เกิดให้เป็นไป  ก็คือ "กรรม"
	คุณคิดตามอย่างนี้นะ
	อดีตส่งให้เกิดผลในปัจจุบัน
	ปัจจุบันได้ผลอะไรก็มาจากอดีตคุณได้ทำการกระทำ (กรรม) อะไรไว้
	เพราะฉะนั้นถ้าอนาคตไม่อยากให้ได้ผลที่ไม่ดี  เราก็ต้องทำปัจจุบันให้ดี  เพื่อว่าอนาคตจะได้ผลดีตามด้วย  เพราะปัจจุบัน
ในขณะนี้  ก็จะกลายเป็นอดีต  เมื่อถึงวันที่เป็นอนาคต
	ตรงยนี้งงมั้ยครับ.......ถ้างงอ่านดีอีก 2-3 เที่ยวนะครับ
	จำไว้ให้ดีนะครับ
	กรรม.....เป็นตัวส่งผลให้เกิดสิ่งดีหรือไม่ดีตามกรรมที่เราทำไว้เพื่อในอนาคต
	กรรมเป็นตัวกำหนดชะตาของเรา
	ทำกรรมดีในวันนี้ (ปัจจุบัน)   กรรมดีก็จะส่งผลในวันข้างหน้า (อนาคต)
	อ่านแล้วเริ่มทำ "กรรมดี" กันเลยดีมั้ยครับ ?
				 					        อโณทัย    เขตต์บรรพต
ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ " ราคาเล่มละ 180 บาท คลิกดูรายละเอียดที่นี่