เรื่องการทำสมาธิ
	คุณอโณทัย
	กระผมได้อ่านการตอบคำถามต่าง ๆ จากคุณอโณทัย แล้วสนุกมากได้แง่คิดมากเลยอยากขอบคุณที่ได้จัดทำเว็บนี้ขึ้น  
	กระผมมีคำถามที่จะปรึกษา  เกี่ยวกับเรื่องการนั่งสมาธิครับ  
	เนื่องจากในสมัยเด็กทุกครั้งที่นั่งสมาธิจะปวดบริเวณกลางหน้าผากระหว่างคิ้วตลอดเวลา  มีอาการเสียวเหมือนมีบางอย่าง
มาจี้บริเวณหน้าผากทุกครั้ง  
	จนปัจจุบันนี้ไม่ได้นั่งสมาธิมาเป็นเวลานานแล้วหลายปี 
	แต่ทุกครั้งที่ลองทำดูก็จะมีอาการเช่นเดิม อยากทราบว่าเป็นเพราะอะไร 
	และมีวิธีการนั่งสมาธิที่ถูกต้องอย่างไร 
	และเคยมีคนทักอยู่เสมอว่าเห็นเราในที่อื่น ๆ ที่เราไม่ได้ไปเป็นเพราะอะไร... 
	เนื่องจากในสมัยเด็กทุกครั้งที่ป่วยหรือจะมีสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับเรา ทางบ้านมักจะเห็นผม (ใครก็ไม่ทราบแต่ทุกคนลงความเห็น
ว่าเหมือนผมมาก) เดินอยู่ภายในบ้านบ้าง เดินกลับมาบ้านบ้าง ทั้งๆที่ผมยังเรียนหนังสืออยู่  
	และมีอยู่ครั้งหนึ่งหลังจากที่ผมบวชเณรและลาสิกขาแล้ว  พี่สาวเห็นผม (ใครก็ไม่รู้ โกนหัวเหมือนผมเลย) เดินเข้ามาในบ้าน 
แต่ตัวผมจริง ๆ นอนอยู่บนบ้าน ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วก็เคยได้เห็นบ้าง
	ครั้งหนึ่ง เห็นเหมือนเด็กผู้ชายคล้ายผมวิ่งขึ้นบันได้บ้านชนผ้าที่แขวนไว้ราวบันไดหล่นลงมาแล้วหายไปในห้อง แต่พอเข้าไป
ดูในห้องก็ไม่มีใคร และจากการสอบถามคนในบ้านที่เคยเห็น  เขาบอกว่าเหมือนเป็นเงา ๆ
	แต่ให้ความรู้สึกเหมือนโตขึ้นพร้อมผม   และใส่กางเกงคล้ายกันแต่บ้างครั้งจะไม่ใส่เสื้อ  
	อยากทราบว่ามีวิธีที่จะทราบว่าน่าจะเป็นเพราะอะไร และถ้าเป็นวิญญาณ เราจะสามารถสื่อสารกับเขาได้อย่างไร
	ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
	wisut

ตอบ คุณวิสุทธิ์ (ถ้าอ่านชื่อไม่ผิด) ชมมาก็ขอบคุณครับ เรื่องการนั่งสมาธินั้น หลายคน ทั้งคุณวิสุทธิ์ รวมทั้งตัวผมเอง ก็เคยเข้าใจผิดๆ และเป็นความเข้าใจผิดที่คิดว่าถูกมานาน ถ้าคุณเคยเข้าใจว่า การนั่งสมาธิก็เพื่อให้จิตสงบ….. นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิดครับ ถ้าเรานั่งสมาธิเพื่อต้องการให้ "จิตสงบ" จิตมักจะไม่สงบ…..ในกรณีที่เรา "ไม่เข้มแข็ง" ในการปฏิบัติอย่างจริงจัง เพราะ "ความต้องการ" คือตัวการที่สร้าง "กิเลส" ที่เยี่ยมยอด ความต้องการก็คือความอยาก อยากได้อะไร มักไม่ได้ตามที่เราอยาก เพราะเราตั้งความหวังกับความอยากไว้มาก….บางทีได้มาก็ไม่สมกับความอยาก….เลยคิดว่าเราไม่ได้ตามที่เราอยาก หรือตามที่เราต้องการ อย่างนั้นเรานั่งสมาธิ (ที่ถูกต้องเรียกว่า "ทำสมาธิ") ไปเพื่ออะไร ? ก็ตอบยากครับ…..ตอบแบบตรงๆ ดีกว่าว่า….. ให้นั่งสมาธิเพราะอยากนั่ง ให้เราเพียงรู้ผลว่า….. การนั่งสมาธินั้น มีผลให้ใจสบาย ใจสงบ มีสติ มีปัญญา ให้รู้เพียงผลเท่านั้น แต่อย่าไปกำหนดผลว่า ทำแล้วจะได้ผลอย่างนั้นอย่างนี้ จำไว้ให้ดีเลยนะครับว่า….. ให้ปฏิบัติสมาธิ วิปัสสนา กรรมฐาน เพราะต้องการทำ ส่วน "จิต" จะสงบหรือเป็นสมาธิหรือเปล่านั้น อย่าไปสนใจ อย่าไปหวัง อย่าไปกำหนด จะได้สมาธิหรือจิตสงบหรือเปล่านั้น อย่าไปหวัง อย่าไปสนใจ เพราะ….. การปฏิบัติสมาธิ วิปัสสนา กรรมฐาน นั้น เป็น "เหตุ" จิตสงบ จิตเป็นสมาธิ นั้นเป็น "ผล" เราไม่สามารถกำหนด "ผล" ได้ เพียงแต่ทำ "เหตุ" ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลานั้น ขณะนั้น ส่วน "ผล" จะเป็นอย่างไร ? ไม่ใช่ที่เรากำหนด มันจะเป็นไปตาม "เหตุ" เองโดยอัตโนมัติ "เหตุ" ดี "ผล" ย่อมดีตามไปด้วย การที่คุณวิสุทธ์นั่งสมาธิแล้วปวดบริเวณกลางหน้าผากระหว่างคิ้ว เป็นเพราะคุณเองพยายามตั้งใจอยากจะ "จิต" สงบ ตามที่ ตัวเองต้องการ หรืออาจจะ "คิดมาก" ในขณะปฏิบัติ ภาษาพระเรียกว่า "ฟุ้งซ่าน" และเข้าใจว่าคุณเองกำลังจะฝึกเรื่อง "พลังจิต" หรือ "อำนาจจิต" ด้วย เพราะส่วนมาก เมื่อจิตจะรวมเป็นหนึ่ง จากการฝึกอำนาจจิต จิตจะรวมไปยังจุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย ซึ่งบางครูบาอาจารย์ ก็เรียกจุดที่ตั้งของจิตว่า "จักระ" (ซึ่งความจริง จิตจะไปตั้งอยู่ที่ไหนในร่างกายก็ได้ทั้งนั้น แต่ที่อยู่จริงๆ ก็ "จักระ" นั่นแหละเป็นส่วนมาก) บริเวณกลางหน้าผากระหว่างคิ้วเป็นที่รับสัมผัสได้ไว รับรู้ได้ง่าย จึงมีการรวมที่จุดนี้ได้ง่าย วิธีแก้ก็คือ อย่าเครียด อย่าฟุ้งซ่าน อย่าคิดมาก อย่าเอาจิตไปจดจ่อที่บริเวณกลางหน้าผากระหว่างคิ้ว และอย่าไปฝึกอำนาจจิต แบบนี้…ถ้าคุณไม่มีครูบาอาจารย์ควบคุม ให้คุณนั่งในท่าสบายๆ ฟังบทสวดมนต์ ฟังว่าบทสวดมนต์สวดอะไร ไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นอะไร แต่ให้รู้ว่าบทสวดนั้นออกเสียง ว่าอะไร เช่น นะ-โม-ตัส-สะ ก็ให้รู้ว่า ออกเสียงว่า นะ-โม-ตัส-สะ โดยยังไม่จำเป็นต้องเข้าใจความหมายในเบื้องต้น ฟังไปเรื่อยๆ บ่อยๆ ใจจดจ่อกับบทสวด (จะหลับตาหรือลืมตาก็ได้) แล้วสังเกตดู "จิต" คุณเอง…จะรู้ว่าสงบขึ้น อีกเรื่องที่มีเห็นคุณอีกคน…เหมือนคุณนั้น สันนิษฐานว่า… 1.อาจจะเป็นภาวะจิตของคุณเอง ที่คุณเป็นผู้สร้างขึ้นมา จากการที่คุณต้องการมีเพื่อน 2.อาจจะเป็นผู้ที่มีชีวิตที่เกิดมาพร้อมกับคุณ แต่จากไปก่อน (ตาย) เช่น แฝดที่เกิดร่วมกัน แต่เกิดภาวะความจำเป็นที่มีคุณเพียง ชีวิตเดียวที่รอด ข้อนี้ สอบถามจากพ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่ของคุณดูได้ 3.อาจจะเป็นผู้ที่มีหน้าที่คอยดูแล ช่วยเหลือ คุ้มครองป้องกันคุณ ที่มีความเกี่ยวข้องทั้งในเรื่องชาติกำเนิดร่วมกัน และ "จิต" ร่วมกัน 4.อาจจะ….เป็นอะไรก็ได้…ที่นอกเหนือความสามารถที่ผมจะรู้ได้ ขอแนะนำว่า…..อย่าไป "สนใจ" เรื่องนี้ให้มาก ไม่อย่างนั้นคุณจะ "เพี้ยน" และ "หลง" กับสิ่งที่คุณมีไม่เหมือนคนอื่น จริงๆ แล้ว เรื่องนี้อย่าไปมองว่าแปลกครับ เรื่องธรรมดาครับ สนใจมาก ไม่ได้ประโยชน์หรือ "สาระ" ให้มองเป็นเรื่องปรกติ ตั้งหน้าตั้งตา "ปฏิบัติ" ดีกว่าครับ

อโณทัย เขตต์บรรพต ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ " ราคาเล่มละ 180 บาท คลิกดูรายละเอียดที่นี่

back
	เรื่องความฝัน
	สวัสดีค่ะ คุณอโณทัย
	 ก่อนอื่นเลย ขอชื่นชมจากใจจริงนะคะ อ่านไปแล้วก็ขนลุกไปค่ะ..
	คือว่าดิฉันเข้าเว็บนี้จากการ serch ใน google เจอค่ะ เนื่องมาจากจะเปลี่ยนชื่อ เลยหาข้อมูลมาเรื่อยๆ 
	มาอ่านเจอบทความอันหนึ่งในบอร์ดน่ะคะ ก็เลยตาสว่าง
	นึกถึงคำพูดหนึ่งขึ้นมา..ถ้าเป็นวันของเรา ฟ้าถล่ม ดินจะทะลาย  ยังไงก็ต้องเป็นวันของเรา..
	ยังไงก็ขอขอบคุณก่อนแล้วกันค่ะ สำหรับบทความดีๆ ที่ให้ได้คิด

	เข้าเรื่องดีกว่าค่ะ  คือว่าเป็นคนที่สวดมนต์มานานมากแล้ว  โดยสวดก่อนนอนทุกคืน 
	แต่ตอนแรกๆ สวดไม่เป็นบท สวดสั้นๆ แล้วก็นอน  มาตอนเมื่อประมาณสองปีที่แล้วที่เริ่มมาสวด ชินบัญชร  แล้วก็ได้มีโอกาส
ไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ  ตอนนั้นมีให้ทำบุญถวายพระกัณฑ์ไตรปิฏกด้วย    ในงานที่เค้าจัดอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมา
ประดิษฐานให้สักการะค่ะ 
	ซึ่งตอนนั้นก็ตั้งจิตอธิษฐานไปว่า  จะสวดพระกัณฑ์ไตรปิฏกทุกคืน (ยกเว้นบางคืนที่โอกาสไม่สะดวก ก็จะไม่ได้สวดไปค่ะ) 
นับแต่วันนั้นก็จะสวดเรื่อยมา 
	พอมาตอนหลังก็เริ่มที่จะสวด คาถามงกุฏพระพุทธเจ้า....และอีกหลายๆ บทค่ะ

	ประเด็นคือ จริงๆ คาดว่าอาจจะเป็นจิตที่ฟุ้งซ่าน   ทานมากคิดมากหรือยังไงก็แล้วแต่นะคะ แต่คิดว่า คุณอโณทัย อาจจะให้
คำตอบที่ชัดเจนกว่านะคะ 
	เพราะว่าถ้าคิดเองแล้ว  จะเป็นการคิดแบบผิดหรือฟุ้งซ่านไปซะเปล่าๆ 
	เรื่องเริ่มต้นคือว่า  ปกตินอนก็จะไม่เคยฝันเลย  หลังจากสวดมนต์ภาวนาทุกคืน  ก่อนหลับตาจะนอนหลับสบายทุกคืน 
	ซึ่งมีอยู่คืนหนึ่งเป็นคืนที่แปลกมากค่ะ เพราะว่าฝันค่ะ 
	แต่เป็นฝันที่ไม่เคยฝันมาก่อนเลยในชีวิตจริงๆ (เหมือนจริงมาก  เหมือนได้สัมผัสจริงๆ) 
	คือฝันว่าได้เข้าไปไหว้ต้นโพธิ์กับครอบครัวที่บ้านค่ะ  เป็นต้นโพธิ์เงินโพธิ์ทองค่ะ ไหว้ๆ อยู่กับคุณพ่อ  คุณแม่และพี่สาว 
	ซึ่งตอนนั้นในฝัน  ฝันว่าบอกกับคุณพ่อบอกว่า  อยากได้กิ่งโพธิ์ไปสักการะสักกิ่งจัง 
	คุณพ่อบอกว่าอย่าเด็ดนะมันไม่ดีลูก  มันบาป 
	ซึ่งตอนนั้นเลยยกมือไหว้ตั้งจิตอธิฐานบอกว่า.....หากลูกมีบุญญาได้นำกลับไปสักการะ  ขอให้ท่านร่วงหล่นมากิ่งหนึ่ง 
(คำพูดประมาณนี้ล่ะค่ะ จำแน่นอนไม่ได้) 
	ซึ่งผลว่า  กิ่งโพธิ์ก็ล่วงหล่นมาบนตักค่ะ...ทีนี้ตอนกำลังจะเก็บกิ่งโพธิ์กลับบ้าน  ก็มีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่ง ท่านเดินเข้ามา
หาบอกว่าให้ไปหาท่านที่กุฎิ   
	ซึ่งก็ตามไปหาท่านที่กุฎิ  และท่านบอกว่าให้ดิฉันนั่งสมาธิดูค่ะ 
	ซึ่งตอนนั้นก็ลองนั่งดูค่ะ(นั่งในฝัน) 
	แต่ผลปรากฎว่านั่งไม่ได้ค่ะ จิตไม่นิ่งจะคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้ตลอดเวลา 
	คือนั่งไม่เป็นนั่นล่ะค่ะว่าง่ายๆ ไม่รู้จะกำหนดอะไรอย่างไร (กำหนดแบบตอนฝึกตอนเด็กๆ ก็ไม่ไหว) แล้วพอลืมตาขึ้นท่าน
ก็บอกว่า ให้กลับไปฝึก 
	ท่านพูดต่อด้วยว่า แล้วดิฉันจะทราบอะไรได้เองน่ะค่ะ....

	ขอโทษที่ต้องเล่าซะยาวเลยนะคะ แต่ดิฉันอยากรู้ให้มั่นใจว่าดิฉันคิดมากไปเองหรือเปล่า  ถึงเกิดการฝันขึ้น 
	จะเป็นไปได้ไหมที่เกี่ยวกับการสวดมนต์   หรืออะไรที่ไม่ได้เป็นการคิดมาก จิตฟุ้งซ่านของตัวดิฉันเองน่ะค่ะ 
	และเล่าให้เพื่อนฟัง   เพื่อนพาไปพบหมอรักษาคนป่วยด้วยพลังจิต (คือเธอรับดูดวงด้วย)  ซึ่งเธอก็แนะนำว่าให้ไปนั่งสมาธิ
กับแม่ชีองค์หนึ่งเหมือนกันน่ะค่ะ 
	ทีนี้ดิฉัน อยากรู้ให้แจ่มแจ้งก่อนว่า  ที่ดิฉันฝันเห็นนั้นเป็นจิตฟุ้งซ่านหรืออย่างไรน่ะค่ะ

	ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบค่ะ
	nudearlove


	ตอบคุณ nudearlove
	อ่านคำถามของคุณแล้ว.....ดีใจที่ผมยังจะเป็นที่พึ่งชองคุณได้บ้าง.....
	แต่ต้องเข้าใจก่อนนะครับ..ผมเป็นคนที่ตอบคำถามแล้ว...ไม่เอาความถูกใจ (ใครต่อใคร) นะครับ
	ผมเอาความถูกต้องเป็นหลักนะครับ....

	ประการแรก...อ่านจากที่คุณถามมาแล้ว..วิเคราะห์ได้ว่า....คุณเป็นคนค่อนข้าง "คิดมาก" และ "จริงจัง" กับเรื่องราว
บางอย่างมากเกินไป
	ดูจากที่คุณเขียนมา....มีตัวหนังสือผิดมาก  และรีบร้อนพิมพ์
	ที่หลายท่านได้อ่านนี่..ผมแก้ไขคำผิดให้ (เยอะ) แล้วนะครับ
	แต่ก็ยังดีครับ....ที่เขียนมาคุยกัน  จะได้รู้ว่ามีอะไรสามารถช่วยเหลือกันได้บ้าง
	ผมชอบที่คุณเขียนมาถามนะครับ   เพราะคำถามดูซื่อๆ  แต่จริงใจดี

	ความจริงเรื่องที่คุณเขียนมาถามนั้น  ผมจะทำนายฝันให้คุณ  ก็ดูแปลกๆ พิกล  เพราะไม่ได้มีอาชีพทางนี้
	แต่บอกได้เลยว่า  ความฝันนั้น  เป็นไปได้  และเป็นไปไม่ได้  ตามที่ฝัน
	การสื่อสารของมนุษย์กับวิญญาณนั้น  มีหลายรูปแบบ  ขึ้นอยู่กับสภาวะของผู้รับและผู้ส่ง  หรือขึ้นอยู่กับคนทั้ง 2 ฝ่าย  
ว่าจะมีความผูกพัน  และความสามารถในการสื่อสารแบบไหน ?  อย่างไร ?
	บางทีวิญญาณอยากติดต่อเรา  แต่เราเองไม่สามารถ "จูนคลื่น" ให้ตรงกับวิญญาณได้
	อาจจะเป็นเพราะ วิญญาณมีพลังงานไม่เพียงพอ  หรือเราเองมีพลังงานไม่เพียงพอ  จึงไม่สามารถสื่อสารกันได้ง่าย  เหมือน
มนุษย์นั่งคุยกัน
	เพราะฉะนั้น  จึงมีหลายทางในการติดต่อระหว่างมนุษย์กับวิญญาณ
	"ความฝัน" ก็เป็นทางหนึ่งในการสื่อสารกัน
	เป็นทางเดียวที่ออกจะง่ายสุด  เพราะ "ความฝัน" เกิดขึ้นง่าย  เกิดขึ้นในสภาวะที่ "จิต" ได้มีการพักผ่อนในระดับหนึ่ง
	แต่ "ความฝัน" นั้น  เกิดขึ้นได้หลายกรณี  เช่น กินมาก คิดมาก ธาตุไม่ปรกติ  เจ็บไข้ จิตวิตก  กังวล ฯลฯ
	และการพยายามติดต่อของวิญญาณก็เป็นส่วนหนึ่งของความฝัน
	การติดต่อเพื่อจะมาบอกกล่าวเรื่องราว  หรือข้อความสำคัญของวิญญาณต่อมนุษย์นั้น  ส่วนมากมักจะมาบอกกล่าวเรื่องราว
ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  หรือบอกกล่าวให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง
	บางท่านอาจจะเรียกรณีนี้ว่า "เทพสังหรณ์"
	แต่การจะเป็นอย่างนี้ได้ (เทพสังหรณ์) ก็ต้องมีปัจจัยหรือองค์ประกอบหลายอย่างเหมือนกัน เช่น วิญญาณที่มาเข้าฝัน
กับคนฝันต้องมี "ความเกี่ยวพัน" กันมาก่อน  ไม่ว่าจะเป็นกาลเวลาใดก็ตาม
	หรือต้องเป็นเวลาที่ "จิต" สงบในระดับหนึ่ง (เวลาปรกติที่มนุษย์จะมีจิตสงบจะอยู่ในช่วง 02.00-05.00 โดยประมาณ)
	ส่วนมากนั้น  ความฝันจะเป็นจริงตามที่เราฝันหรือไม่นั้น  ไม่มีข้อยืนยันครับ
	เพราะอย่างที่บอกแล้วว่า  ความฝันนั้นมีหลายรูปแบบ  เกิดจากหลายกรณี
	แต่ผมให้ข้อคิดพิจารณาว่า  จะเป็นจริงตามที่ฝันหรือไม่นั้น  ให้พิจารณาอย่างนี้นะครับ
	ถ้าฝันนั้นเกิดขึ้นซ้ำกันหลายๆ ครั้ง หลายเวลา  หลายวัน ในเรื่องเดียวกัน  นั่นสันนิษฐานว่า  น่าจะจริง
	ถ้าเราไม่เคยฝันเลย  หรือนานๆ ฝันสักครั้ง  แสดงว่ากำลังมีผู้ต้องการบอกกล่าวเรื่องราวให้เรารับรู้จริง....สันนิษฐานว่า  
น่าจะจริง
	ถ้าฝันในขณะที่หลับสนิท (จริงๆ ไม่สนิทครับ  เพราะถ้าสนิทจริงจะไม่ค่อยฝัน  แต่เราคิดว่ามันสนิท  เพราะมันสงบ)  
สันนิษฐานว่า  น่าจะจริง
	แต่ถ้าเราวิตกเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากจนเกินไป (วิตกจริต) สันนิษฐานว่า  ไม่น่าจะจริง (หรือจริงก็ได้  แต่น้อยมาก)
	แต่จำเอาไว้เลยนะครับว่า "ความฝัน" นั้น  เป็นแค่เรื่องราวที่มาบอกกล่าว
	ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือเป็นเท็จ  ก็ขอให้พิจารณาด้วย "ปัญญา" ว่าควรเชื่อหรือไม่ ?  ควรทำตามที่ฝันหรือไม่ ?
	แต่ถ้าความฝันนั้น  พิจารณาดูแล้ว  ให้ทำบุญทำกุศล  ให้นั่งสวดมนต์  ทำสมาธิ  หรือให้ทำแต่ความดี  ก็น่าจะทำตาม 
	เพราะการทำความดี  หรือสิ่งที่ดีๆ นั้น  ไม่เป็นเรื่องที่น่าเสียหาย
	แต่ถ้าอะไรมันเกินพอดี  เกินความเป็นปรกติ  ก็ไม่น่าจะทำตาม ไม่ดีเท่าไหร่นัก
	เช่น ถ้าฝันว่า  มีคนมาบอกให้ใส่บาตรทุกวัน  อย่างนี้น่าทำ  เพราะเป็นการทำความดี  และไม่เหลือบ่ากว่าแรง
	แต่ถ้าฝันว่า  ให้ทำบุญใส่บาตรพระวันละเท่าอายุตัวเองทุกวัน  อย่างนี้เกินพอดีไป  มันไม่มีเหตุผล  และทำไปแล้วเดือดร้อน
ตัวเอง  ก็ไม่สมควรเบียดเบียนตัวเอง
	จริงๆ แล้ว  ผมไม่อยากให้ฝักใฝ่หรือหมกมุ่นเกี่ยวกับความฝันมากนัก  เพราะมีน้อยรายที่จะตรง  หรือเป็นจริงตามฝัน
	แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า  ไม่ให้เชื่อนะครับ  เพราะการเตือนล่วงหน้าหรือการบอกกล่าวของวิญญาณ  ก็ยังมีการใช้ "ความฝัน" 
เป็นสื่ออยู่เหมือนกัน

	เอาอย่างนี้นะครับ  เรื่องที่คุณเล่าและถามผมมานั้น  ผมจะวิเคราะห์ให้ฟัง....(ไม่ได้ทำนายฝันนะครับ)
	คุณเป็นคนค่อนข้างเชื่อคนง่าย  และบางครั้งขาดซึ่งเหตุผล  คือใครบอกอะไรมาก็เชื่อ  
	และบางครั้งความเชื่อบางอย่างบางเรื่องทำให้คุณเป็นกังวล  เกิดอาการ "วิตกจริต"  หรือ "จิตฟุ้งซ่าน"
	ความคิดมันจึงสับสน  ไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรดี
	แม้แต่การ "ทำสมาธิ" คุณเองก็ยังไม่เข้าใจหลักจริงๆ ว่า  ทำสมาธิไปเพื่ออะไร ?
	แต่คุณรู้ว่า....ทำสมาธิแล้วดี  ได้บุญได้กุศล  คุณก็เลยทำ
	เพราะมีคนบอกคุณอย่างนั้น (ซึ่งก็เป็นเรื่องดี)
	แต่ความจริง...มันก็ยังไม่ถูกต้อง (จริงๆ) เท่าไหร่นัก
	จึง....มีผู้มาบอกว่า....ให้คุณมี "สติ" มี "ปัญญา" ให้มากกว่านี้
	ซึ่ง "ปัญญา" ที่ดี   "สติ" ที่ดี   ก็คือการ "ทำสมาธิ"
	แต่ต้อง "ทำสมาธิ" ให้ถูกต้อง (หาอ่านได้จากบทความในเวบผมนี้แหละ)
	แล้วคุณจะ "รู้" ด้วยตัวคุณเอง
	ตัว "รู้" นี้  เราเรียกว่า "ปัญญา" (ภาวนามยปัญญา)
	ลองทำดูครับ
	ไม่ลองก็ไม่รู้...นะครับ

									อโณทัย   เขตต์บรรพต

ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ "  ราคาเล่มละ 180 บาท  คลิกดูรายละเอียดที่นี่
back