การฝึกสมาธิเบื้องต้น อย่างง่ายที่สุด


		ก่อนที่เราจะฝึกสมาธินั้น   ต้องหาความหมายของคำว่า "สมาธิ" ก่อนว่า  สมาธิคืออะไร?  สมาธิเกิดจากอะไร?
		สมาธิคือการที่มีจิตมุ่งอยู่ในอารมณ์ ๆ  เดียว
             	สมาธินั้นมีการฝึกกันเรื่อยมา  ตั้งแต่ครั้งโบราณกาล
             	สัมมาสมาธิ     เป็นสมาธิที่ชี้นำให้เกิดปัญญาในการพิจารณาสภาวะที่จะเกิดขึ้นในธรรมชาติ     
	พูดง่าย  ๆ    คือในตัวเราเราจะรู้ได้ว่าเราได้สมาธิจากอะไร?   การที่จิตจะตั้งมั่นนั้นเกิดขึ้นจากการเจริญสติ
             	การเจริญสติก็คือการรู้  รู้ตัว รู้รอบ  นี่เป็นบทสำคัญที่สุด  เพราะอยู่ในพุทธศาสนา  จึงสอนไว้ในเรื่อง
	มหาสติปัฏฐาน  4    ให้เรามีสติ รู้เรื่อง กาย เวทนา จิต ธรรม  นี่เป็นเรื่องเบื้องต้น
             	เราต้องทำความรู้เนื้อรู้ตัวกับตัวเองก่อน   โดยการเริ่มมาศึกษาตัวเอง    โดยทำความรู้เนื้อรู้ตัว  และ
	ทำสติให้เจริญเกี่ยวกับกาย  เวทนา จิต ธรรม
             	เริ่มต้นจาก   กาย   เมื่อเราอยู่กับกาย   ให้เริ่มต้นจากลมหายใจ   ระลึกได้   รู้ได้ว่ามีลมหายใจอยู่   
	เพราะฉะนั้นวิธีแรกก็คือมีสติกำหนดอยู่ที่ลมหายใจ    เป็นอนุสสติ  1  ใน  10   ที่สำคัญมาก     การกำหนด
	ลมหายใจถือว่าเป็นกรรมฐานที่มีผลดีที่สุดใน 40 วิธี  มีคุณมาก  อันตรายที่เกิดขึ้นน้อยที่สุด   อันตรายที่เกิด
	จากการวิปลาสน้อยมาก
             	การนั่งสมาธิ  ไม่จำเป็นต้องมานั่งหลับหูหลับตา  อยู่ที่ต้องมีสติกับอากัปกริยาทั้ง  4   ไม่ว่าจะ  ยืน  
	เดิน  นั่ง  นอน  มีสติตามดูตามรู้ตลอด   นี่คือการเจริญสติ    เมื่อสติตั้งมั่น    สมาธิก็เกิด    อย่างเช่น   เวลาที่
	เราทำงาน   เราทำงานด้วยความตั้งใจตลอดทำไปโดยที่ไม่ต้องสนใจคนรอบข้าง     ใครเรียกก็แทบไม่ได้ยิน     
	นั่นแหละสมาธิเกิดขึ้นแล้ว    ไม่ใช่ว่าสมาธิต้องมานั่งหลับตา   แยกตัวออกจากสังคม  ไม่ใช่อย่างนั้น
              	นี่เป็นขั้นพื้นฐาน  เป็นการทำควบคู่กับการใช้ชีวิตประจำวัน  คือการกำกับสติตลอด
              	เมื่อเราทำอย่างนี้มากขึ้น    ความละเอียดก็จะมีมากขึ้น    สติมีมากขึ้น    สมาธิก็จะมากขึ้นตามไปด้วย  
	ทุกวันนี้เราไม่ได้ทำตรงนี้ให้มากขึ้น   เราต้องการให้เกิดสมาธิ    เพื่อให้เกิดผล   ตรงนี้มันเป็นผล  มันไม่ถูก  
	เหมือนเราปลูกต้นไม้  เรารดน้ำ  ให้ปุ๋ยส่วนจะออกผลหรือไม่  ไม่ต้องไปสนใจ  ทำให้ดีที่สุด  ตั้งใจ  ทำด้วย
	ความจริงใจ  จับจด  จับจ้อง  แล้วผลมันจะเกิดขึ้นเอง
              	ทั้งนี้ต้องทำด้วยความตั้งใจ    พร้อมด้วยอิทธิบาท   4    คือ    ฉันทะ  (ความพึงพอใจที่จะศึกษา)   
	วิริยะ  (ความเพียร)จิตตะ  (ตั้งใจมั่น  เอาจริงเอาจัง)  วิมังสา  (พิจารณาใคร่ครวญอย่างรอบคอบ)
              	แต่เมื่อทำไปแล้วเกิดปัญหาอย่างไร?    ค่อยมาปรึกษาหรือแก้ปัญหากันอีกที  แต่ไม่ใช่   ยังไม่ได้
	ทำแล้วคิดว่าจะเกิดปัญหาตรงนั้นตรงนี้   ทำเสียก่อน   แล้วดูว่ามันมีปัญหาอย่างไร?  เพราะถ้าเราจะรู้ก่อนเกิด  
	มันจะฟุ้งซ่าน  แต่ถ้าเราเรียนรู้ไปศึกษาไป  จะดีกว่า
             	วิธีการกำหนดลมหายใจเข้าออก    ก็คือ    มีสติรู้อยู่กับการเดินทางของลมหายใจ    ตั้งแต่จมูก     
	เวลาเราสูดลมหายใจเข้าจะสังเกตว่าเหมือนมีลมเข้ามา   ขึ้นมาตรงกลางกระหม่อม   เป็นความรู้สึก  แล้วก็
	จะไหลลง  จับลมหายใจตรงนี้  ให้รู้สึกว่ามีลมเข้ามา  ไม่ใช่เป็นการสร้างเอง  แต่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
             	จากกลางกระหม่อมแล้วจะไหลลงมาตามกระดูกต้นคอ  ลงกระดูกสันหลัง ปอดขยายเต็มที่  ท้องก็จะ
	ขยาย  อันนี้คล้าย ๆ ว่าท้องจะยุบ   มันไม่เชิงยุบแต่เป็นขยายมากกว่า  แล้วค่อย   ๆ    ผ่อนลมหายใจช้า   ๆ   
	ท้องจะยุบ      ตรงนี้ให้สังเกตตามไปด้วยเป็นการรู้ตาม  และจิตจับอยู่ตลอด
             	บางคนตั้งจิตที่ปลายจมูก   ลมเข้าก็รู้   ลมออกก็รู้   สติรู้ตลอดเวลาว่าลมเข้าลมออก  ผ่านจากตรงไหน
	ไปตรงไหนก็รู้ตลอด
             	มันเป็นความรู้สึกจริง  ๆ    ไม่ใช่เป็นการสร้าง  หรือการหลอกว่ามีว่าใช่  เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น  เพียง
	แต่ว่าเราต้องตามดูจับความรู้สึกให้ได้  มันเป็นอย่างนั้นจริง  ๆ
             	บางคนก็มีอีกอย่างหนึ่งคือ  พวกที่ฝึกแบบนี้จะเพียงรู้สึกว่ามีลมผ่านเข้าออก  ผ่านไปตรงจุดนั้นจุดนี้  
	บางคนเกิดเห็นขึ้นมาว่า  มีทางเดินเป็นแสง  ผ่านไปตรงนั้นตรงนี้  คือไม่ใช่รู้เฉพาะเป็นความรู้สึก  แต่เห็น
	เป็นแสงเลย  ไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างนี้ทุกคน  เป็นบางคนเท่านั้น
             	ถ้าอารมณ์สบาย  ๆ   และสะดวก   จะหลับตาก็ได้    แต่ต้องเน้นว่าต้องสะดวก   แต่ไม่จำเป็น  อย่าง
	เวลาทำงาน  เวลาเดิน   ถ้าไปหลับตาก็คงไม่ดีแน่
             	แค่นี้เอง  แค่รู้ว่าเวลาหายใจเข้า   มีลมเข้า   ผ่านตรงไหนบ้าง   ผ่านจุดไหนบ้าง   คือที่ผ่านก็จะต้อง
	รู้สึก  รู้สึกว่าโดนตรงไหน  เวลาหายใจออก  รู้ว่าผ่านตรงไหนบ้าง  รู้สึกตรงไหนบ้าง  แค่นี้เอง  ก็จะเป็นสมาธิ
	แล้ว  โดยไม่จำเป็นต้องหลับตา
             	บางคนกลัวว่าจะไม่จับจดอยู่ที่ลมหายใจ    ก็ใช้ตัวกำกับ   อย่างเช่น  เวลาหายใจเข้า  ก็กำกับด้วยคำว่า  
	พุทธ  เวลาหายใจออกก็กำกับด้วยคำว่า  โธ  ก็ไม่เป็นไร  ได้ทั้งนั้น
             	หรือบางคนนับเป็นตัวเลขแทนก็ได้  เช่น  หายใจเข้า นับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก ไปเรื่อย  ๆ  หายใจ
	ออกก็นับ   หนึ่ง  สอง  สาม  สี่  ไปเรื่อย  ๆ   ก็ได้  พอจิตเป็นสมาธิ  ตัวเลขที่นับจะน้อยลง อย่าง หนึ่ง จนถึงสิบ  
	พอฝึกไปเรื่อย  ๆ  จะเหลือแค่ห้า  แล้วน้อยลงเรื่อย  ๆ    แต่มันจะน้อยลงเอง  โดยไม่ได้ไปบังคับหรือกำหนด
	ให้จำนวนนับน้อยลง  เป็นการทำงานแบบอัตโนมัติ
             	เวลาที่จิตเป็นสมาธิแล้วนั้น  สังเกตจากลมหายใจด้วยว่า  ลมหายใจเข้าออกจะช้าลง  แต่ไม่ได้หมาย
	ความว่า ไปบังคับให้มันหายใจช้า      แต่มันจะช้าเอง      เพราะเกิดจากการเจริญสติ     รู้ในกำหนดของลม
	หายใจ      เมื่อรู้สติจากการตามดูลมหายใจ   ลมหายใจจะช้าเอง   แต่ถ้าไปบังคับมันให้ช้า   มันจะรู้สึกอึดอัด    
	อย่างนั้นเรียกว่า    กลั้น   ซึ่งเรื่องนี้เป็นการฝึกอีกรูปแบบหนึ่ง
             	คนที่จะเป็นนักศึกษาที่ดี  ควรจะจดจำในสิ่งที่เกิดขึ้น  เช่น  เวลาที่กำหนดลมหายใจแล้ว  เกิดอะไรขึ้น   
	จำหรือจดเอาไว้  เพื่อศึกษาหรือเป็นข้อมูล   อย่างนี้จะเกิดเป็นสมาธิเร็วในคราวหลัง  เพราะมีสติตลอด   รู้ตัว
	ตลอด     ให้คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ
             	ตรงนี้ไม่มีรูปแบบ    ทำที่ไหนก็ได้    นี่เป็นแค่เบื้องต้น  ส่วนการจะมานั่งสมาธิแบบนั่งขัดสมาธิ  นั่ง
	ตัวตรง  ดำรงสติมั่น   แบบที่ในตำราสอน  นั่นเป็นขั้นต่อไป  เอาเริ่มต้นตรงนี้ก่อน  ได้ตรงเบื้องต้นตรงนี้ก่อน  
	แล้วขั้นต่อไปจะได้เอง  ได้ไวขึ้น
             	ผลจากการทำตรงนี้  ที่เห็นได้ชัดๆ  ที่สุดก็คือ  อย่างน้อยก็จะทำงานได้ดีขึ้น   เราจะมีศักยภาพ
	ในการทำงานที่ดีขึ้นละเอียดขึ้น  มีความรอบคอบ  เกิดความผิดพลาดน้อย  เพราะเรารู้ตัว  มีสติอยู่ตลอด
		การเจริญสติจนตั้งมั่นต่อเนื่อง  เป็นผลให้ "จิต" รวมตัวเป็น "สมาธิ" 
		เมื่อ "สมาธิ" ที่เกิดขึ้น  ได้ถูกพัฒนาจนเป็น "สัมมาสมาธิ" ในสภาวะนั้น  "จิต" จะทรงคุณปัญญา  ที่
	พิจารณาสัจจธรรมทั้งหลายทั้งปวง  ให้เข้าใจจนแจ่มแจ้มตามหลักธรรมที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้อบรมสั่งสอน  
	และชี้แนะแนวทางไว้นั่นเอง
						นพ.อนุวัตร    ผลบุณยรักษ์
						  (จากหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธควรรู้" เล่ม 1)
 
ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ " ราคาเล่มละ 200 บาท คลิกดูรายละเอียดที่นี่ "สิ่งที่ชาวพุทธควรรู้" เป็นหนังสือที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับธรรมะ จิต วิญญาณ สมาธิ กรรม ฯลฯ ด้วย การเขียนที่มีลีลา เนื้อหาสาระที่ไม่เหมือนใคร เรื่องราวที่เขียนในหนังสือเล่มนี้ มีประโยชน์ต่อผู้อ่านมากมาย ไม่สอนให้เชื่ออย่างงมงาย แต่มีสาระ และคำแนะนำที่ถูกต้องตามหลักของศาสนาพุทธ ลองอ่านตัวอย่างได้ที่ http://www.extrasoul.com/soul.html ถ้าท่านหวังดีกับคนที่ท่านรัก ควรมอบหนังสือเล่มนี้ให้เป็นของขวัญ เพราะอย่างน้อยก็เป็นการมอบ สิ่งที่ดีๆ ที่มีสาระให้ ถือว่าเป็นการให้ "ธรรมทาน" ที่มีอานิสงส์สูงไม่น้อย สิ่งที่ชาวพุทธควรรู้ 1 สิ่งที่ชาวพุทธควรรู้ 2 แด่เธอ...ผู้ร่วมเดินทาง 1 แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตอบปัญหาเรื่องสมาธิ จิต กรรม วิญญาณ และสิ่งที่สร้างปัญญา
home
มีอะไรดีๆ ให้อ่านมากมาย
 
กราบพระสุปฏิปันโน		การทำสมาธิอย่างง่ายๆ     	บทความ-ตอบปัญหา		เวบบอร์ด
ชวนทำบุญ      		กฎแห่งกรรม		สารภาพบาป  		บทสวดมนต์	     
หนังสือสิ่งที่ชาวพุทธควรรู้	สมุดเยี่ยม 	          		ผู้สนับสนุน