อยากขอโทษทุกคน
                      
	7 มิ.ย. 2544
	เราเคยทำแท้ง เป็นสิ่งที่เราเสียใจมาก 
	จนเราทำเป็นลืมว่าเราเคยทำแบบนั้นไป 
	อาจดูเหมือนสำเร็จเพราะเราไม่เคยนึกถึงเรื่องนั้นอีกเลย 
	อาจเป็นเพราะสังคมที่เราอยู่ก็ได้ 
	ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดามากที่ใครสักคนหนึ่งจะทำแท้ง 

	เราคิดเสมอว่า   เอาออกไปดีกว่าที่เค้าจะต้องมาอยู่แบบลำบากอดๆ อยากๆ กับเรา 
	เพราะตัวเราใช่ว่าจะรักเด็กมากมาย 
	เราคิดว่าทำกรรมกับเค้าครั้งเดียว   ดีกว่าปล่อยเค้าไว้แล้วทำกรรมกับเค้าชั่วชีวิตของเค้า
     
	ขอย้อนไปครั้งนั้น เราออกมาอยู่หอพักเพื่อทำงาน 
	และคบกับแฟนที่ทำงานที่เดียวกัน เรารู้ตัวว่าท้องหลังจากที่เราลาออกจากงาน 
	แล้วกลับมาอยู่บ้าน แฟนเราเค้าก็ยินดีที่จะรับผิดชอบ 
	เราเองก็คิดว่าจะเอาไว้พอคลอดแล้วก็เอาไปฝากย่า (แม่แฟน) ที่ต่างจังหวัดเลี้ยง 
	เราจึงปล่อยไว้ไม่ทำอะไรจนเกือบ 5 เดือน 
	(ตอนเราอยู่หอพักการคิดแบบนั้นดูเหมือนว่ามันจะเป็นไปได้ 
	แต่เมื่อกลับมาอยู่บ้านเราจึงรู้ว่าโลกความฝันกับโลกความจริงมันต่างกัน) 

	พอแม่เรารู้เรื่อง 
	แม่ผิดหวังมากเพราะเราเพิ่งเรียนจบมายังไม่ถึงปี  ไม่เคยมีแฟนและไม่เคยมีเรื่องชู้สาวเลย 
	แม่บอกให้เราไปเอาออกซะ เราร้องไห้แทบเป็นแทบตายจะไม่ยอม 
	สุดท้ายเราก็ไม่เข้มแข็งพอ   เราเริ่มคิดถึงหน้าของญาติพี่น้องกลุ่มเพื่อน 
	ถ้าทุกคนจะรู้ว่าเราจะท้องโดยไม่ได้แต่งงาน 
	มันจะสร้างความอับอายให้ครอบครัวเราแค่ไหน 
	สุดท้ายเราตัดสินใจเอาเค้าออก
	เรายอมรับเลยนะว่าเมื่อไม่มีเค้าแล้วเราโล่งใจสบายใจ   ที่กลับมาอยู่ในสังคมของเราได้อย่างปกติ
     
	เรากลับมาคิดดู  ตอนนี้ถ้าเราไม่เอาเค้าออกเราจะเป็นยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน 
	นี่เป็นครั้งที่สองที่เรื่องนี้ถูกถ่ายทอดออกมา  ดูเหมือนเราใจดำนะ 
	แต่ที่อยากจะบอกก็คือ 
	เราเสียใจทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องนี้......
	และอยากขอโทษ.......ขออโหสิกับ "เด็กคนนั้น"  ที่ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นมา 
	ขอโทษนะ

	เรายังคบแฟนคนนั้นอยู่จนบัดนี้ก็ยังคบอยู่ แต่ก็ยังไม่แต่งงานกัน 
	เราไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงให้แม่เรายอมรับเค้าได้ 
	แค่การศึกษาที่ไม่เท่ากันเท่านั้น 
	บางทีเราก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตจริงกับละคร   มันจะเหมือนกันไปได้ยังไง

	6 ก.ค. 2545
	สิ่งที่เกิดตามมาอีกเป็นสิ่งที่ผิดซ้ำสองในชีวิต 
	ที่เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจของเรา   เราเริ่มไปชอบผู้ชายอีกคน 
	แต่เค้ามีเมียแล้ว   ที่สำคัญตอนที่เราเข้าไปแทรกนั้น   เมียเค้ากำลังท้องอยู่ 
	เราคิดว่าก็แค่คบกันเล่นๆ   เราก็ไม่อยากจะโทษสังคมหรอกนะ 
	แต่เราก็รู้สึกว่า  ในที่ๆเราอยู่และเราทำงาน  เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่เห็นผิดตรงไหน 
	(เราทำงานในวงการบันเทิง) 
	ที่ไหนได้ .....
	เล่นกับไฟชัดๆ   เราเริ่มรักเค้ามากขึ้น  (หรือว่าหลงก็ไม่แน่ใจ) 
	จนอยากคิดเป็นเจ้าของ 
	เราทำหลายๆอย่างลงไป เหมือนนางร้ายในละครเลยล่ะ 
	แต่ไม่สำเร็จ เค้าไม่เลิกกันซ้ำเมียเค้ายังท้องลูกอีกคน 
	เราเริ่มทุกข์มากกว่าสุข
	เราสองคนเริ่มห่างกันด้วยเหตุของการงานด้วย 
	อาจจะด้วยความเต็มใจของเราสองคนด้วย   เราบอกเลิกไปหลายครั้ง 
	แต่เราก็เป็นฝ่ายขอคบกันใหม่ทุกครั้ง 
	ล่าสุดเราเพิ่งบอกเลิกไปเมื่อตอนต้นเดือน ส.ค. ซึ่งเราคิดว่าน่าจะเลิกได้แน่ๆ แล้ว 
	
	แม้ว่าจะยังคิดถึงอยู่บ้าง   แต่การได้รู้ว่าสิ่งที่เราทำเป็นบาป 
	การตระหนักในบาปการผิดศีลนั้นจะทำให้เราตกนรก ทำให้เรากลัวที่จะทำบาปมาก  
	เราอยากขอโทษเมียของเค้าในสิ่งที่เราทำลงไป   เราเสียใจนะเราขอโทษ 
	และอยากจะขอโทษผู้หญิงเบอร์หนึ่งทุกๆ คน 
	อยากให้พวกเธอได้รับรู้   และโปรดอภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น 
	เพราะยังไงผลกรรมนั้นก็ตกอยู่ที่เราอยู่ดีไม่ว่าช้าหรือเร็ว

     	เราขอขอบคุณหนังสือเรื่อง "เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน" 
	หนังสือเล่มแรกเกี่ยวกับธรรมมะที่ทำให้เราตระหนักในบาปบุญมาก   อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 
	เราใส่บาตร 
	สวดมนต์และภาวนาให้ลูกของเรา  ที่เราแทบไม่เคยทำบุญไปให้เลย  ให้เค้ามีความสุขและขออโหสิกรรม 
       
	และสวดมนต์ภาวนาให้ผู้ชายคนนั้นและครอบครัวของเค้า  มีความสุข   และเราขออโหสิกรรมต่อเค้าและ
ครอบครัว 
	เค้าเป็นอิสลาม   เราเลยได้แต่พูดอ้อมๆไปว่า  อะไรที่ทำต่อกันในชาตินี้  เราขอให้จบกันไป  ใช้กันให้หมด 
	และอย่าได้เจอะเจอกันอีกเลยในชาติต่อๆไป 
	ไม่รู้ว่าจะได้ผลมั้ย	

	สุดท้ายเราขอขอบคุณท่าน
	ที่ให้เราได้มีโอกาสระบายความผิด  และความรู้สึกผิดที่แอบซ่อนอยู่ในใจเราเสมอมา 

	ขอบคุณมากค่ะ
					เสาวลักษณ์ 

ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ "  ราคาเล่มละ 200 บาท  คลิกดูรายละเอียดที่นี่
                             		
มีอะไรดีๆ ให้อ่านมากมาย กราบพระสุปฏิปันโน การทำสมาธิอย่างง่ายๆ บทความ-ตอบปัญหา เวบบอร์ด ชวนทำบุญ กฎแห่งกรรม สารภาพบาป บทสวดมนต์ หนังสือสิ่งที่ชาวพุทธควรรู้ สมุดเยี่ยม ผู้สนับสนุน