กฎแห่งกรรม


		"กรรม"  เป็นเครื่องกำหนด
		กำหนดให้มีการเกิด  ให้มีการชดใช้
		ดีชั่ว  เลวร้าย  มีจน  สุขทุกข์  ล้วแล้วเกิดมาจากกรรมทั้งนั้น
		ใครทำดี ได้ดี  ใครทำชั่ว  ได้ชั่ว
		เป็นกฎแห่งกรรม  ที่ไม่มีทางหนีพ้น
		ใครที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับ "กฎแห่งกรรม"  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวคุณเอง หรือคนที่คุณรู้จัก
เรียบเรียงมาให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง เผื่อว่าจะได้เป็นอุทาหรณ์ให้คนอื่นได้สำนึกในความผิดที่ได้ทำไว้ คนเราจะกลัวบาป ไม่ทำบาป บางทีต้องมีคนยกเรื่องราวที่ได้รับผลการกระทำนั้นมาเป็นส่วนประกอบ ก็อาจจะกลัว แล้วไม่ทำบาปอีก ท่าน (ที่เขียนเรื่องมาเล่า) ก็จะได้รับอานิสงส์ด้วย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนได้คิด มาร่วมทำความดี โดยการบอกเล่าเรื่องราวผ่านทางหน้านี้ได้เลยนะครับ เรารออยู่ครับ ส่งมาที่ anothai1959@hotmail.com
		เรื่องที่เคยลง
		ตายอย่างไก่
 
ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ " ราคาเล่มละ 200 บาท คลิกดูรายละเอียดที่นี่
 
ชีวิตที่เคย "ฆ่า"
เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว สมัยที่ผมยังไม่อายุมากเท่าทุกวันนี้ ผมมีอาชีพรับราชการในจังหวัดที่ได้ชื่อว่า มีป่าไม้อุดมที่สุด เมื่อก่อนนี้ผมไม่รู้สึกรู้สาอะไรเกี่ยวกับบาปบุญคุณโทษเท่าไหร่นัก มีชีวิตในวัยหนุ่มค่อนข้างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นเหล้า ผู้หญิง และการพนัน เพราะผมถือว่าชีวิตของคนเรานั้น ไม่ได้ยืนยาวนานอย่างที่เราคิด เมื่อ เรามีโอกาสที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุข เราก็ควรตักตวงความสุขนั้นอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่า ใครจะเดือดร้อน อะไรบ้าง? เล่าอย่างไม่อายเลยว่า ผมเคยแม้แต่กระทั่งย่องเข้าไปปล้ำลูกสาวชาวบ้าน ตอนที่ผมเข้าไปเที่ยวหาความ สบายในป่า เพราะคิดว่าเธอ และพ่อแม่ของเด็กสาวคนนั้นเป็นคนบ้านนอกคอกนา ไม่รู้ประสีประสา อาศัยความเป็น "ข้าราชการ" แกมบังคับ สมัยนั้น (หรือสมัยนี้ก็ตาม) ถือว่า การได้ร่วมหลับ นอนกับเด็กสาวบริสุทธิ์เป็นเหมือนเครื่องชูกำลังอย่างหนึ่ง ผมไม่ได้รู้สึกสำนึกบาปเลยที่ได้ทำอย่างนั้น เพราะคิดว่า เมื่อมีปัญหาเดือดร้อนขึ้นมา ผมสามารถ "เคลียร์" ได้ทุกอย่าง เพราะผมเป็นข้าราชการ และมี "เงิน" พอที่จะฟาดหัวชาวบ้าน (ที่ผมคิดว่า..) โง่ ๆ ได้ แต่เรื่องนี้ยังไม่ใช่เรื่องที่ผมสาสมกับชีวิตตัวเอง!!! สมัยนั้น ผมต้องทำหน้าที่คอยต้อนรับเจ้านายที่มาจากกรุงเทพ ด้วยการจัดหาทุกสิ่งทุกอย่างมาบำรุงบำเรอ เจ้านายเพื่อที่เจ้านายจะได้รัก และเมตตา ซึ่งทำให้ชีวิตผมพลอยได้รับความสะดวกสบายไปด้วย โดยเฉพาะเรื่อง หน้าที่การงาน นายต้องการอะไร ผมต้องจัดหาให้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กสาว หรือการรับรองที่พิเศษ และสิ่งที่พิเศษ ที่ว่านั้น ก็คือ การล่าสัตว์ เจ้านายจากกรุงเทพจะชอบล่าสัตว์มาก ชอบที่จะเห็นสัตว์ที่เรากำลังล่าวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน หรือเลือดแดงฉานไปทั้งตัว ยิ่งตัวไหนยิ่งดิ้นทุรนทุราย เกลือกกลิ้งไปมา เจ้านายยิ่งชอบ ผมเองก็รู้สึกไม่ต่างไปจากพวกเจ้านายจากกรุงเทพเท่าไหร่นัก อาจจะเป็นเพราะจิตใจตอนนั้นของผมกำลังสนุก เพราะเข้าสู่วัยกลางคน และมีอาวุธในมือ ที่สามารถจะ พิพากษาชีวิตของสัตว์ทุกชนิดที่ขวางหน้าได้ ถามว่าการล่าสัตว์ผิดไหม? ผิดครับ แต่ด้วยความเป็นข้าราชการท้องที่ และเป็นคนที่ในท้องที่ที่อยู่มานาน ใคร ๆ ก็เกรงใจ ผมเป็นข้าราชการที่ก้าวหน้าเร็วมาก เพียงแค่ไม่กี่ปี ผมก็ได้เป็นหัวหน้าแล้ว เพราะการส่ง "ส่วย" ทั้งชีวิตคน และชีวิตสัตว์ป่า อย่างที่บอกตอนแรก เป็นที่ที่มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก เมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว มีทั้งเสือ เก้ง กวาง และสัตว์ป่าอีก มากมาย และมีอีกมากมายที่หายไป เพราะ.....พวกผมเอง วันที่ผมต้องจดจำไปชั่วชีวิตก็มาถึง..... ผมได้รับกำหนดการเดินทางของ "เจ้านาย" ที่บอกล่วงหน้าว่าจะมา "ตรวจราชการ" คำนี้เป็นที่รู้กันว่า ที่จริงเป็นการมา "แสวงหา" ความสุขส่วนตัว ด้วยการ "ล่าสัตว์ นั่นเอง ผมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ? โดยเฉพาะคราวนี้ "เจ้านาย" บอกว่าอยากได้ เขากวางสวยๆ ไปติดโชว์พรรคพวกด้วย ย้ำว่าต้องเป็นเขากวางที่สวย ๆ มีแขนงมีกิ่งที่งดงาม ผมเลยนัดหมายให้ลูกน้องที่เป็นพรานเตรียมตัว วันที่เจ้านายเดินทางมาถึง ผมไปต้อนรับและเตรียมตัวพาคณะเจ้านายเข้าป่า โดยไม่ต้องแวะที่ที่บ้านพัก รับรองก่อน เจ้านายบอกว่าอยากเข้าป่าเลย ความกระสันที่อยากจะเห็นเลือดสัตว์มันมีมากเต็มที่ ทำเอาพวกเรา มีผม ลูกน้อง 2 คน และพราน 1 คน พลอยตื่นเต้นไปด้วย เพราะทำดีก็มี "โบนัส" ราคาแพงรออยู่ คณะเจ้านายมี 5 คน มีลูกสาวเจ้านายตามมาด้วย 1 คน อายุพอ ๆ กับลูกสาวของผม ประมาณ 16 - 17 เจ้านายเลยให้ผมพาลูกสาวไปด้วย เพื่อเป็นเพื่อนกัน ผมเองรู้สึกอย่างไรก็ไม่รู้ อาจจะเป็นเพราะเป็นห่วง ลูกสาว หรืออะไรก็ไม่รู้ ไม่อยากให้ลูกสาวเดินทางไปด้วยเลย แต่ก็อดที่จะขัดเจ้านายไม่ได้ พวกเราทั้งหมดเดินทางเข้าป่ากันทันที เป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดมาก วันนั้นเราไม่พบสัตว์ใหญ่เลยสักตัว? เจ้านายเริ่มหงุดหงิด เพราะไม่ได้ลั่นไกปืนสักนัด ผมเองก็เข้าหน้าไม่ติด สายตาของเพื่อน ๆ เจ้านายแอบมองลูกสาวผมบ่อยครั้ง จนผมเริ่มอึดอัด แต่คิดว่า หากต้องมีการแลกกันด้วยชีวิต ผมนี่แหละ จะแลกเอง เพื่อปกป้องลูกสาวสุดที่รักของผม ผมกระแอมกระไอหลายครั้ง พร้อมกับพูดเรื่องปืนให้พรรคพวกเจ้านายได้ยินบ่อย ๆ ตกลงว่าคืนนั้นเราตัดสินใจที่นอนค้างในกระท่อมนายพรานที่พรรคพวกนายพรานในคณะเรามาปลูกเอาไว้ เวลาที่ต้องการจะมาล่าสัตว์ กระท่อมไม่มีประตู มีแต่หน้าต่าง ลูกสาวผมกับลูกสาวเจ้านายนอนอีกห้องหนึ่ง เวลาที่สาว 2 คนไปอาบน้ำ ซึ่งเป็นลำห้วย สายตาของเพื่อนเจ้านายฉายแววหื่นออกมาอย่างเด่นชัด ผมคาดว่า อาจจะมีการแลกชีวิตกันบ้าง ถ้ายังเป็นไปในรูปการณ์ที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้น ยิ่งตอนนอนผมยิ่งระมัดระวัง นั่ง ๆ นอน ๆ คอยดูว่าในห้องของลูกสาวจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ทำเอา ไม่ได้หลับไม่ได้นอนไปเลย แล้วสำนึกหนึ่งก็ผุดขึ้นมา นี่เราเป็นพ่อ เราหวงลูกสาว เราห่วงชีวิตของเด็กที่ได้ชื่อว่าเป็นลูก ที่เราเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อย ความเป็นพ่อ ความรัก ความผูกพัน ไม่อยากให้ใครมารังแกลูกสาวของเรามันเป็นอย่างนี้เอง คงไม่ต่างจากลูกสาวของชาวบ้านคนนั้น ที่เราเคยเข้าไป "ทำร้ายพรหมจรรย์" เธอ พ่อแม่เธอคงจะร้อนใจและเสียใจ นี่ขนาดเรายังไม่ได้เสียลูกสาวเราไป ยังขนาดนี้ แล้วตาเฒ่าคนนั้น สูญเสียลูกสาวที่บริสุทธิ์ไป จะเจ็บปวดขนาดไหน? แล้วผมก็เริ่มรู้สึกเสียใจ....เป็นครั้งแรก จนเช้าของวันใหม่ เราเริ่มเดินทางแต่เช้า คณะของเจ้านายเริ่มหงุดหงิด เพราะยังไม่ได้ สัตว์สักตัวมา เป็นเหยื่อสังเวยลูกปืน แล้วเหมือนโชคช่วย เราเห็นกวางกลุ่มหนึ่งกำลังเล็มหญ้าอ่อน ต้นหญ้าสูงเลยขาของมันไปเล็กน้อย ความที่เราอยู่ใต้ลม พวกมันเลยไม่รู้เรื่อง ไม่ได้กลิ่น นายพรานทำสัญญาณมือให้เบา ๆ แล้วเราก็ย่องเข้า ไปใกล้ ๆ โดยมีผู้หญิงยืนอยู่กับที่ เพื่อนเจ้านายคนนึงอดรนทนไม่ไหว เพราะอยากมานาน เลยลั่นกระสุนออกไป โดยที่นายพรานไม่ทันห้าม ลูกกระสุนพุ่งตรงไปที่ขาหลังด้านซ้ายของกวางเคราะห์ร้าย ทันทีที่สิ้นเสียงปืน ก็ปรากฏว่ามีเงาที่อยู่ศีรษะกระโจนพรวดเข้ามาที่เพื่อนนายคนที่ลั่นกระสุนคนนั้น มันเป็นเสือลายพาดกลอนตัวมหึมา มันคงกำลังรอจังหวะโอกาสที่จะสังหารเหยื่อเหมือนกัน และมันคงเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของพวกเราอยู่นาน แล้ว เสือตะปบเข้าที่ขาหลังของเพื่อนเจ้านายคนนั้น เพราะโชคยังดีที่นายพรานตาไวตะโกนขึ้นก่อน เขาจึง กระโดดหลบ ไม่อย่างนั้น คงโดนเข้าที่ซอกคออย่างแน่นอน เจ้านายลั่นกระสุนเปรี้ยง กะว่าจะหยุดเสือตัวนั้น ปรากฏว่าโดนเสือ แต่กระสุนพลาดเป้าจากแสกหน้าไปโดนขาหน้าของเสือตัวนั้น มันตกใจล้มลงด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ใครจะทันซ้ำ มันก็รีบกระโจนหนีเอาตัวรอด นายพรานหน้าซีดพร้อมกับบอกว่า ถ้ายิงเสือ แล้วไม่ตาย มันได้รับบาดเจ็บ มันจะเป็นสัตว์ที่น่ากลัวมากที่สุด เราตรวจดูแผลของเพื่อนเจ้านาย ขาหลังเหวอะไป เสียเลือดมาก ตอนนี้ความเห็นของแต่ละคนเริ่มแตกแยกกัน เพื่อนเจ้านาย 3 คน รวมทั้งคนเจ็บ ต้องการกลับไปที่พักใน ตัวอำเภอ เพื่อรักษาแผล และเพราะความกลัวด้วย แต่ตัวเจ้านายเอง ไม่อยากกลับ เพราะกวางตัวที่ยิงไปแล้วเมื่อสักครู่ เขาสวยงามมาก ด้วยกิเลสที่มีมากมาย เจ้านาย (ซึ่งมีอำนาจหน้าที่สูงกว่าพรรคพวก) เลยสั่งให้เพื่อน 3 คน กลับไปก่อน ไป หาหมอในตัวเมืองตัวเจ้านายกับเพื่อนอีกคนหนึ่งจะไปตามล่ากวาง โดยผมให้ลูกน้องเป็นคนพากลับ ส่วนลูกสาวเจ้านายขอกลับด้วย ลูกสาวผมก็อยากกลับ เพราะรู้แล้วว่าเราไม่ได้ไปตามกวางอย่างเดียว แต่ อาจจะเป็นอันตรายจากเสือบาดเจ็บตัวนั้น แต่ผมไม่ยอมปล่อยไปแน่ ๆ เพราะเพื่อนเจ้านายที่สายตาหื่นกามคนนั้นจะกลับด้วย แล้วกลางทางถ้าไม่มี คนดูแลอาจจะเกิดอะไรที่ไม่ดีขึ้น ผมเองจึงจำใจจำเป็นต้องเอาลูกสาวไปด้วย คิดแต่เพียงว่าพอตามกวางเสร็จแล้ว จะรีบกลับ ไอ้เสือตัวนั้น อาจจะยังไม่ทันตามมาล้างแค้น เพราะอาจจะเจ็บแผลก็เป็นได้ ผมคิดเอาแต่ฝ่ายเดียว ตกลงว่าผม นายพราน ลูกสาวผม เจ้านาย และเพื่อนเจ้านาย เดินตามรอยเลือดของกวางที่ถูกยิงไปเรื่อย ๆ ลึกเข้าไปทุกที ๆ จนนายพรานเริ่มหันซ้ายหันขวา ถึงแกจะเป็นพราน แต่ป่าก็มีมนต์ขลังและอานุภาพพอ ที่จะทำให้คนชำนาญป่าหลงได้ง่าย ๆ ใช่ครับ ผมคิดว่าเราเริ่มออกจากแนวเดิมที่เราเคยมา พอนายพรานเริ่มทักท้วง เจ้านายก็ฉุนเฉียว พร้อมกับตะคอกเอาอย่างอารมณ์เสีย ผมเองไม่รู้ว่าผีห่ าซาตานตัวไหนดลใจให้ตามใจเจ้านาย อาจจะเป็นเพราะความโลภในหน้าที่การงาน ในลาภยศก็เป็นได้ เราเริ่มเดินลึกเข้าไปทุกที จนในที่สุดเราก็เจอกวางนอนจมกองเลือดอยู่ แต่มันยังไม่ตาย นอนหายใจ ระรวย ๆ สิ้นแรงกำลังอยู่ตรงหน้า เจ้านายเล็งปืนไปที่กวางพร้อมกับลั่นกระสุน แต่อาจจะเป็นเพราะความรีบ กระสุน กลับพลาดเป้า เจ้านายลั่นกระสุนติด ๆ อีก 2 นัด ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอดของกวาง มันดิ้นไปดิ้นมาแบบกระเสือกกระสน เจ้านายโกรธมาก เดินเข้าไปหากับเพื่อนเจ้านาย ด้วยความรีบร้อน โดยไม่ฟังเสียงร้องห้ามของนายพราน เจ้านายเดินตรงไปที่กวางพร้อมกับเอาพานท้ายปืนฟาดเข้าที่หน้าอก ลำตัว และซอกคอของกวางหลายที โดยมีเพื่อนเจ้านายคอยซ้ำอยู่ข้าง ๆ ด้วย ปากก็ร้องด้วยความโกรธว่า "มึง เก่งนักเหรอ นี่ ๆๆ หลบลูกปืนกูได้ ต้องเอาแ..งให้ตาย" แล้วเจ้านายก็เรียกผมให้เข้าไปช่วย เพราะกวางมันดิ้น ผมวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหาพร้อมกับเล็งปืนเพื่อยิง แต่ เจ้านายห้ามไว้ "อย่ายิง กูจะทรมานมันให้ตาย ตีให้ตายโหงไปเลย มันเสือกให้กูเหนื่อย ให้เพื่อนกูเกือบจะโดนเสือแดก ตีมัน ตีมัน" ผมเลยต้องร่วมกระทืบสัตว์บาดเจ็บตัวหนึ่งที่ไม่มีทางต่อสู้ !!! กวางเคราะห์ร้ายตัวนั้นถูกฟาดถูกกระทืบจากผู้ชายกระหายเลือดทั้ง 3 คน จนเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด ก่อนที่ใครจะคาดคิด ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอดของสัตว์ กวางเคราะห์ร้ายตัวนั้นทะลึ่งพรวดสะบัดตัว เป็นครั้งสุดท้าย แต่เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมเองต้องจดจำ เพราะเขาที่สวยงามของมันสะบัดโดนกล่องดวงใจของผมอย่างเต็มที่ !!! ขาดติดเขากวางคู่สวยไปทันที !!! ผมร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แล้ววินาทีนั้น ผมก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย ผมฟื้นขึ้นมาอีกที ตรงหว่างขาก็ชุ่มไปด้วยเลือด เลือดสด ๆ ไหลนอง นายพรานเป็นคนให้ผมขี่คอ เลือดสด ๆไหลเปรอะเปื้อนหลังของนายพรานจนแดงฉาน มีลูกสาวเดินร้องไห้ตามมาด้วย แต่เจ้านายกลับเพลิดเพลินกับหัวกวางที่เพิ่งจะตัดมาสด ๆ ปากก็พูดกับเพื่อนถึงเรื่องที่จะเอาไปตั้งโชว์ เพราะความสวยงาม โดยที่ไม่ได้สนใจผมแม้แต่น้อย ยังไม่ทันที่จะเดินมาไกลสักเท่าไหร่ เราก็เผชิญหน้ากับกลุ่มคน 3-4 คน ซึ่งมีอาวุธครบมือ ตอนแรก นายพรานก็ใจชื้น เพราะนึกว่าพรรคพวกมาตาม แต่กลับเป็นว่าไม่ใช่ เป็นใครก็ไม่รู้ที่นายพรานไม่รู้จัก อาจจะเป็น เพราะเราเดินเลยเขตของเรามามากแล้วก็เป็นได้ ยังไม่ทันที่คณะของเราจะพูดว่าอะไร ชายกลุ่มนั้นก็ยกปืนเล็งมาที่เรา แล้วบอกให้เราวางอาวุธ โดยที่ พวกเราไม่มีทางต่อสู้ได้เลย นายพรานกับผมก็กำลังทุลักทุเล เจ้านายกับเพื่อนก็กำลังเห่อกับชีวิตที่เพิ่งล่ามาได้ ไม่มีใครระวังตัว เมื่อโดนปืนจี้หัว เราจึงจำยอม 1 ในพวกนั้นเดินมาที่ผม พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็หัวเราะเยาะถากถางผม บอกว่า " ...ไอ้นั่นขาดไปแล้ว จะอยู่ ไปหาห่....ทำไม" ผมเองก็ปวดแผลเกินกว่าที่จะต่อต้านอะไรได้ แต่ที่เลวร้ายกว่าที่คิดก็คือ พวกมันเล็งสายตามาที่ลูกสาวผม อย่างหื่น ๆ ไม่ผิดกับสายตาของเพื่อนเจ้านาย คนที่เพิ่งกลับไปก่อนหน้านี้ แล้วพวกมันก็จับผมพวกเรามัดไว้ ผมหายใจระรวย ๆ เจ็บแผล ปวดแผล อย่างที่ไม่มีความเจ็บปวดใด มาเทียบได้ มันเหมือนจะขาดใจ แต่ไม่ตาย!!! แต่ที่ผมจะตายด้วยความเสียใจ อย่างไม่มีสิ่งใดในโลกนี้จะมาเทียบเทียมได้.... ก็คือ....พวกมันรุมข่มขืนลูกสาวผมต่อหน้าต่อตา.... ครั้งแล้วครั้งเล่า จนลูกสาวผมยับเยิน เลือดแดงฉานสด ๆ ไหลพรั่งพรูออกมาจากการกระทำเหมือนสัตว์ป่า ลูกสาวผมร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด สลบไปต่อหน้าต่อตา หัวใจผมแตกไปแล้ว แตกสลายไปจนไม่มีชิ้นดี ภาพทุกภาพ กริยาทุกกริยา เสียงโหยหวนกรีดร้องของลุกสาวทุกครั้ง เลือดสด ๆ การดิ้นทุรนทุราย และ น้ำตาทุกหยดของลูกสาวมันติดอยู่ในความทรงจำของผมจนตราบเท่าทุกวันนี้ นี่หรือ.....สิ่งที่เราเคยทำกับเด็กสาว คงมีสภาพเดียวกัน!!! แต่ลูกสาวผมโดนนับครั้งไม่ถ้วน แต่เรื่องความเลวร้ายยังไม่จบเพียงเท่านี้ เสือตัวที่บาดเจ็บตัวนั้นมาจากไหนไม่รู้ กระโจนพรวดเข้าจู่โจมคนเลวทรามกลุ่มนั้น พวกมันแตกกระเจิง แทนที่เสือจะวิ่งไล่ มันกลับหันมาเล่นงานพวกเรา พวกเราไปไหนไม่ได้ เพราะถูกมัดอยู่อย่างหนาแน่น คนแรกคือเพื่อนเจ้านาย คอรุ่งริ่งเกือบขาด ตายคาปากเสือ แล้วก็เป็นเจ้านาย มันตะปบทีเดียวหน้าเละไปแถบหนึ่ง ลูกตาถลนหลุดออกมานอกเบ้า เหมือนมันจะยังไม่สะใจ และจงใจล้างแค้น มันหันมาทางผม แล้วตรงเข้าตะปบหน้าผมทันที แต่ผม หลบทัน จึงพลาดไปโดนที่หัวไหล่ เป็นแผลฉกรรจ์ มันตามเข้ามาขย้ำ ผมกระเสือกกระสนดิ้นหนีสุดชีวิต แล้ว จังหวะที่มันสะบัดหน้าไปมาอย่างเมามัน หลังผมติดกับเขี้ยวของมัน ถูกสะบัดไปมา พร้อมกับโดนตะปบเข้าเต็มที่ที่กลางหลัง ผมนึกว่าตายแน่ แต่ใจกลับยินดีว่า ตายเสียได้ก็ดี จริง ๆ ครับ ผมคิดอย่างนี้จริง ๆ เพราะผมได้รับความทรมานจิตใจ และเจ็บปวดแผลมาก ทั้งก่อนหน้านี้ และแผลที่ถูกเสือเล่นงาน ก่อนที่ผมจะสิ้นสติ ผมได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด วันนี้ที่ผมกลับมานั่งเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง คุณอาจจะสงสัยว่าผมเป็นอย่างไรบ้าง? เพื่อนเจ้านายที่โดนเสือกัดคนแรกที่เป็นคนยิงกวาง ตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก่อนตายดิ้น ทุรนทุรายเหมือนกวางตัวนั้น เพื่อนเจ้านายที่โดนเสือตะปบคอ นั่นก็ไม่รอด ก่อนตายดิ้นทุรนทุรายเหมือนกวางตัวนั้น เจ้านายตาบอด 1 ข้าง นอนดิ้นทุรนทุรายก่อนที่จะมีคนเข้าไปช่วยเหมือนกวางตัวนั้น และลาออกจากราชการ หนีอายไปอยู่ต่างประเทศ นายพรานรอด แต่ตอนหลังโดนเพื่อนหักหลัง เรื่องการล่าสัตว์ เลยโดนเพื่อนยิงทิ้งกลางป่า ลูกสาวผม เสียผู้เสียคน จนต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา หรือที่เราเรียกว่า โรงพยาบาลบ้า ปากคลองสาน ผมเอง...กลายเป็นคนพิการ ไม่มีอวัยวะเพศ เส้นเอ็นไหล่ซ้ายขาด เป็นอัมพาตเพราะกระดูกสันหลังหักตอนที่ เสือเข้ามาฟัด และบ่อยครั้งที่ผมดิ้นทุรนทุรายเวลาปวดแผลเหมือนกวางตัวนั้น เรารอดตาย เพราะเพื่อน ๆ นายพรานตามรอยมาช่วยไว้ได้ แต่ผมอยากตาย อยากตาย อยากตาย อยู่ไปอย่างนี้มันทรมาน ทรมานเหลือเกิน เจ็บปวดจิตใจเหลือที่จะกล่าว บาปกรรมมันมีจริง เวลาที่มันไม่ส่งผล มันก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรร้ายแรง แต่เวลาที่มันเกิดขึ้น ผลของมันโหดร้ายสารพัด..... จนคิดว่าความตายมันดีที่สุด แต่เชื่อหรือเปล่าครับ? ผมไม่มีสิทธิตาย ผมต้องชดใช้กรรมนั้นต่อไปด้วยความทรมานแสนสาหัส นี่แหละ "กฎแห่งกรรม" สำนึกในกรรม ต้องการสนับสนุนเวบนี้.....เพียงสั่งซื้อหนังสือ "สิ่งที่ชาวพุทธ...ควรรู้ " ราคาเล่มละ 200 บาท คลิกดูรายละเอียดที่นี่
home
มีอะไรดีๆ ให้อ่านมากมาย กราบพระสุปฏิปันโน การทำสมาธิอย่างง่ายๆ บทความ-ตอบปัญหา เวบบอร์ด ชวนทำบุญ กฎแห่งกรรม สารภาพบาป บทสวดมนต์ หนังสือสิ่งที่ชาวพุทธควรรู้ สมุดเยี่ยม ผู้สนับสนุน